Category Archives

172 Articles

อะไรจะเกิดขึ้น…. เมื่อกระแสสองล้อ ปะทะ กระแส 3D PRINTING

by admin 0 Comments

กราบสวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเทศกาลสงกรานต์ ที่เพิ่งผ่านมา หลายๆ ท่านคงได้กลับบ้านกัน พบเจอญาติพี่น้องที่ภูมิลำเนาเกิด หลายท่านก็คงจองทริปเที่ยวในประเทศ บ้างก็ใช้โอกาสช่วงหยุดยาวนี้เที่ยวต่างประเทศกันซะเลย แต่ส่วนตัวผมเองก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวแถบๆ ภาคอีสาน ก็แค่สัก วันสองวัน

ระหว่างทางที่เดินทางอยู่นั้นก็ได้สังเกตที่สองข้างทางอยู่ครับว่า

เดียวนี้มีคนไม่น้อยเลยที่ให้ความสนใจกับการปั่นจักรยานสองล้ออยู่มาก…ซึ่งตลอดระยะทางผมเองก็จะพบผู้คนที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานสองล้อได้อยู่เป็นระยะๆ ซึ่งจักรยานเหล่านั้นมันช่างมีรูปทรงเย้ายวน ชวนให้น่าปั่นมาก มิหนำซ้ำชุดอุปกรณ์ต่างๆที่นักปั่นสวมใส่ก็ช่างดูสวยงาม ปราดเปรียวซะยิ่งกระไร ผมใช้เวลากับการเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 4 – 5 ชม. ก็ถึงจุดหมายของผม และเมื่อผมถึงที่พักผมก็อดไม่ได้ที่จะหาข้อมูลเรื่องจักรยานที่ผมเพิ่งหลงไหลมัน

       ช่วงที่ผมหาข้อมูลจักรยานอยู่นี้เอง ผมก็ได้ไปพบกับจักรอยู่ยี่ห้อหนึ่งที่มีดีไซน์สวยงาม มันมีชื่อว่า “TREK” พอค้นหาข้อมูลเพิ่มก็เริ่มได้เรื่องครับ เพราะเจ้าจักรยานยี่ห้อนี้เองมีการใช้เทคโนโลยี 3D Printing ด้วยครับ ซึ่งหลายท่านที่เคยอ่านทบความของผมกันมาแล้วก็คงจะคุ้นกับเทคโนโลยี 3D Printing ที่ทำออกมาเป็นพลาสติกบ้างล่ะ เรซินบ้างล่ะ แต่ครั้งนี้ไม่ธรรมดาครับ เพราะนอกจากจะทำออกมาให้เห็นเป็นรูปทรงที่เราต้องการแล้วนั้น มันยังสามารถทำสีสรรค์สวยงามหลากหลายโทนสีอีกด้วย

       ซึ่งเครื่อง 3D Printer ที่นำมาใช้ในการพัฒนาจักรยานนี้ก็มีชื่อว่า Objet500 Connex3 เป็นอีกขั้นของการพัฒนาเทคโนโลยี 3D Printing ใกล้เคียงกับการผลิตจริงมาขึ้น ทั้งนี้การที่บริษัท Stratasys พัฒนาเครื่อง 3D Printer ให้สามารถสร้างชิ้นงานออกมาเป็นสีได้นี้ก็เกิดจากการที่มีกระแสความต้องการที่จะให้ชิ้นงานที่ปริ้นออกมาเสร็จสมบูรณ์ด้วยเครื่องเดียว ด้วยความต้องการตรงนี้เองเครื่อง Connex3 จึงถูกออกแบบมาให้สามารถทำสีแบบ Multi-color ได้ถึงครั้งละ 46 สีเลยทีเดียว ด้วยการใส่สีหลักอย่าง CYMK จนสามารถสรรสร้างสีสีนต่างๆได้อีกนับร้อยๆสี และยังสามารถสร้างสีในแบบ Color-Clear ได้อีกด้วย

       ความสามารถของเครื่อง Connex3 ยังไม่หมดเพียงแค่สีอย่างเดียวครับ มันยังถูกพัฒนาโดยทีมวิศวกรของ Stratasys อีก ในด้านของวัสดุให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นจากของเดิมด้วยการออกวัสดุตัวใหม่มาที่ใช้ชื่อว่า Digital-ABS2 ซึ่งพัฒนามาให้มีประสิทธิภาพสูงจากเดิมในหลายๆด้าน พร้อมทั้งยังรักษาความเป็นสุดยอดเทคโนโลยี ด้วยการนำวัสดุแบบแข็ง แบบใส แบบยาง มาผสมจนก่อเกิดเป็นวัสดุใหม่ๆให้เราได้ใช้ตามต้องการอีกนับร้อยชนิด

        ด้วยคุณลักษณะของเครื่อง Objet500 Connex3 นี้เอง ผมเลยไม่แปลใจเลยที่บริษัทที่ผลิตจักรยานชั้นนำของโลก สนใจและใช้มันช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนกลายเป็นที่สุดของจักรยานสองล้อ ….แล้วคุณล่ะ สนใจมันแล้วหรือยัง!!!

บทความโดย ชัยวัฒน์ พฤฒิพงศ์พิบูลย์

FIND DETAILS WITH STRATASYS 3D PRINTER

by admin 0 Comments

ในส่วนของการออกแบบนั้น เราสามารถที่จะใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถทำได้คือ การนำรายละเอียดเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของชิ้นงานที่เราสามารถจับต้องได้ และเราจะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ “เครื่องพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ Startasys”

Find details with Stratasys 3D printer

รูปแบบการผลิตที่ละเอียดอ่อน

(Rijk Rietveld Architects LLP is known throughout the United States and Europe for its creative commercial and residential spaces.)

รีทเฟลด์ เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ และหลังจากการวิจัยในเชิงลึกเกี่ยวกับระบบการทำงานที่แตกต่างกันของตัวเครื่อง เค้าได้เลือกเครื่องพิมพ์ที่เป็นเทคโนโลยี Poly jet ของ Stratasys เข้ามาช่วยทำชิ้นงานสามมิติของเค้า

รีทเฟลด์ ตั้งข้อสังเกตว่าอุตสาหกรรมทางสถาปัตยกรรมนั้น ยังไม่แน่ใจที่จะยอมรับเทคโนโลยีการสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็วนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความละเอียดของชิ้นงานที่จะสร้างขึ้น แต่ความกังวลเหล่านั้นอาจจะเกิดกับเทคโนโลอื่น ๆ แต่สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติจาก stratasys ได้ทำให้การสร้างชิ้นงานหรือเครื่องมือต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำชิ้นงานที่มีความยืดหยุ่นได้ แม้กระทั่งชิ้นส่วนต่างๆ ที่ละเอียดอ่อนก็สามารถทำได้ ” ตัวอย่างเช่น รีทเฟลด์ ต้องการที่จะรักษาองค์ประกอบรูปแบบที่ซับซ้อนของชิ้นงานโดยมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงทำให้รายละเอียดที่ออกแบบไว้ยังคงมีประสิทธิภาพในการออกแบบที่มีลักษณะความรู้สึกและสัดส่วนของโครงสร้างเหมือนเดิม ”

รีทเฟลด์ กล่าวว่า ” เรามีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมของเรานั้นดีกว่าที่เคยเป็นมา ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys เป็นตัวช่วย ”

Stratasys 3D Printer ทางเลือกสำหรับรายละเอียด ความถูกต้องและเป็นมิตรต่อสำนักงาน

       “เรารู้สึกประทับใจกับความสามารถของระบบนี้ เพราะสามารถสร้างชิ้นงานได้อย่างรวดเร็ว ผลิตชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงๆ และรูปแบบที่ถูกต้อง” บางเทคโนโลยีผลิตชิ้นงานออกมาได้ก็จริง แต่ไม่ได้มีรายละเอียดของชิ้นงานเท่ากับเครื่องพิมพ์จาก Stratasys รีทเฟลด์ กล่าวว่า “จากการที่ปิเอเคยทำงานร่วมกับบริษัททำให้รู้ถึงความสามารถในการสร้างต้นแบบที่นำเสนอโดยเครื่องพิมพ์ Stratasys 3D ได้ช่วยบริษัทในการรักษาความปลอดภัยในโครงการใหม่ๆ สิ่งที่พบบ่อยในระหว่างการออกแบบโครงการ ลูกค้าจะขอเปลี่ยนแปลงการออกแบบหรือสงสัยว่าการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบโดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปลักษณ์ความสวยงามโดยรวม” ถ้าหากลูกค้าได้รับความประทับใจจากความสามารถของบริษัทในการสร้างรูปแบบและเสร็จในเวลาไม่นาน มันก็จะยิ่งทำงานของเขาง่ายขึ้น และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ที่มา – กรณีศึกษา จาก Website Stratasys
Wannakorn P. แปล และ เรียบเรียง

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3

by admin 0 Comments

บทความนี้ผมขอหยิบเอาบทความที่ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจไว้ แล้วนำมาขยายความต่อเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นนะครับ

“การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกนั้นเกิดขึ้น 200 ปีที่แล้ว โดยสาระสำคัญ คือ การประดิษฐ์เครื่องจักร (ในขั้นแรกคือเครื่องจักรไอน้ำ) เพื่อทดแทนแรงงานของมนุษย์ ทำให้เกิดการสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในเมือง (mechanization) เพื่อให้คนงานจำนวนมากต้องมาทำงานร่วมกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำลายการผลิตในระดับครัวเรือน (cottage industry) เพิ่มผลผลิตและความสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ภาคเกษตรกรรมตกต่ำลงในเชิงเปรียบเทียบ

    

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สองเกิดขึ้นประมาณ 80 ปีที่ผ่านมา จากการปฏิรูปทางการผลิตของ Henry Ford ที่เป็นการแบ่งกันประกอบและเน้นการผลิตจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำ (Moving Assembly Line และ Mass Production) ทำให้สรุปได้ว่าโรงงานยิ่งมีขนาดใหญ่ก็จะยิ่งได้เปรียบ หรือ Economy of Scale ทำให้เกิดบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีโรงงานการผลิตขนาดใหญ่ทั่วโลก ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุด คือ บริษัทรถยนต์ข้ามชาติ ซึ่งผลิตรถยนต์รุ่นหนึ่งปีละหลายแสนคัน เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด ทำให้ปัจจุบันมีบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่เพียงสิบกว่าบริษัทและยากที่จะเห็นบริษัทรถยนต์ขนาดเล็กสามารถมาแข่งขันได้

ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ The Economist กล่าวถึงว่า กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นเป็นการผลิตที่นำเอาเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการตลาดครั้งใหญ่ โดยในอนาคต Economist เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก Economy of Scale เป็น Economy of Speed และจาก Mass Production เป็น Mass Customization แปลว่าการผลิตในอนาคตจะเป็นการผลิตที่ไม่ต้องผลิตจำนวนมาซ้ำซาก แต่จะสามารถผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างกัน ตรงตามความต้องการของลูกค้าทุกคนทุกประการ นอกจากนั้น เนื่องจากปริมาณการผลิตต่อโรงงานไม่สูงมาก ก็แปลว่าสามารถที่จะลดขนาดโรงงานลงและที่สำคัญจะต้องย้ายโรงงานไปตั้งอยู่กับฐานลูกค้าในแต่ตลาดเพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการที่ปรับเปลี่ยนไปของผู้บริโภคในแต่ละตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

นั่นเป็นบางส่วนของบทความ ที่บรรยายถึง การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ที่่อ้างอิงถึงบทความจากหนังสือ The Economist ซึ่งเทคโนโลยีที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในเรื่องนี่ก็คือ 3D Printer ซึ่งที่จริงแล้วบทความนี้กล่าวถึง 3D Printer ด้วยแต่จะพูดอ้างอิงเชิงเศรษฐศาสตร์เป็นส่วนใหญ่

3D Printer

เทคโนโลยี 3D Printer เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 1960 แต่สามารถนำมาใช้จริงได้ประมาณปี 1980 ซึ่งในช่วงแรกๆ จะใช้ในงานวิจัยและชื่อที่เรียกกันในยุคนั้นก็คือ Rapid Prototyping หรือเทคโนโลยีการขึ้นต้นแบบรวดเร็ว โดยหลักก็คือนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ทำชิ้นงานต้นแบบอย่างรวดเร็ว (โดยไม่ไปทำแม่พิมพ์เพื่อผ่านกระบวนการขึ้นรูปใดๆ) เห็นมั้ยครับฟังดูเหมือนว่าคนที่คิดค้นและใช้งานในยุคก่อนก็ยังไม่เห็นภาพว่าสิ่่งนี้จะทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ใดๆ เลย แล้วภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ปี 1996 เป็นช่วงที่มีการพัฒนาเทคโนโลยี Rapid Prototype อย่างมา เครื่อง Rapid Prototyping มีราคาถูกลงและเริ่มมีการบัญญัติคำใหม่ก็คือ 3D Printer และต่อมาก็มีการใช้ชื่อ Additive Manufacturing ซึ่งเหมือนกับเป็นการบอกว่านี่คือกระบวนการผลิตรูปแบบหนึ่ง (Manufacturing Process) นั่นเอง ซึ่งผมเองก็เริ่มได้ยินบ่อยขึ้นโดยเฉพาะเมื่อกลางปี 2013 ที่ผ่านมา ท่านประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ท่าน บารัค โอบาม่า ได้พูดในสภาคองเกรสว่า 3d printing และ กระบวนการผลิตที่ไฮเทคจะเป็นแม่เหล็กที่จะดูดเอาตำแหน่งงานกลับเข้าสู่สหรัฐอเมริกา

Subtractive Manufacturing และ Additive Manufacturing

บทความนี้ผมจะไม่ลงลึกถึงเทคนิคและการทำงานของ 3D Printer แต่อยากจะให้รู้ถึงแนวโน้มของ 3D Printer หรือ Additive Manufacturing ที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตมากกว่า แต่ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจ Concept ของ Subtractive Manufacturing และ Additive Manufacturingก่อนดีกว่าครับ

การผลิตแบบ Subtract หรือการลบออก เอาออก เป็นกระบวนการของการเริ่มต้นด้วยวัสดุที่เป็นก้อนตัน และ เลือกลบสิ่งที่ไม่จำเป็น จนรูปสุดท้ายที่โผล่ออกมากระบวนการนี้จะอธิบายได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น การแกะสลักรูปปั้นหินอ่อนของ Michelangelo ศิลปินที่มีชื่อเสียง เมื่อถามว่า สมเด็จพระสันตะปาปา ถามถึงวิธีการที่เขาทำรูปปั้นของ เดวิด จนเหมือนมีชีวิตที่งดงามของเขา Michelangelo ตอบว่า “ผมก็ลบทุกอย่างที่ไม่ได้มีลักษณะเหมือน เดวิด ออกไปจากก้อนหินซะก็เท่านั้นเอง” ซึ่งในปจัจจุบันเราพบกระบวนการเหล่านี้เป็นปกติ เช่น กลึง กัด ไส เจาะ ทั่วๆ ไป

แต่การผลิตแบบ Additive เป็นกระบวนการผลิต โดยการเพิ่มวัสดุเข้าไปเติมที่ละชั้นทีละชั้นจนเป็นชิ้นงานที่ต้องการ โดยรูปแบบของชั้นบางๆ ในแต่ละชั้นได้มาจากการประมวลผลจากโมเดล 3 มิติที่เราออกแบบในโปรแกรม CAD กระบวนการนี้ ช่วยลดเวลาค่าใช้จ่าย ในการผลิตชิ้นงานที่มีความเป็น Unique หรือความเป็นเฉพาะตัวสูง

อนาคต
นอกจากปัจจุบันที่บริษัทผู้ผลิต 3D Printer ชั้นนำอย่าง Stratasys นำเสนอเครื่่อง Fortus มาใช้ผลิต Jig&Fixture หรือ Tool ต่างๆ แบบรวดเร็ว และลดขั้นตอนการผลิตแล้ว ซึ่งเป็นการใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันยังมีการนำไปช่วยด้านการแพทย์ ร่วมกับเครื่อง CT Scan

 

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีการนำเอา 3D printer มาผลิตสินค้า เช่น เครื่องดนตรี, อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น Case iPhone จนกระทั่งชุดชั้นใน ยังมีการคาดการในอนาคตอีกว่าจะมีการพัฒนาต่อไปอีก ตัวอย่างเช่น

• การซื้อของที่ต้องการ ณ จุดผลิตโดยสามารถปรับแต่งรูปแบบสินค้าตามความต้องการก่อนที่เราจะ (Customize Manufacturing)
• การส่งชิ้นงาน 3 มิติแบบไร้สายหรือ 3D Fax โดยผู้ส่งแค่ Upload ข้อมูล CAD
• การ Shopping Online จะไม่จำกัดอยู่แค่ข้อมูล ภาพ เสียง หรือ VDO แต่เราสามารถซื้อของได้ ตัวอย่างเช่น อะไหล่หรืออปุกรณ์ Gadget ต่างๆ ซึ่ง 3D Printer จะผลิตให้เราที่บ้าน หลังจาก Download ข้อมูล 3 มิติเสร็จ
• การผลิตแบบ On Demand เช่น อาจตั้งโปรแกรมให้ 3D Printer พิมพ์แปรงสีฟันที่เหมาะกับรูปปากของคุณ โดยใช้ข้อมูลใน Server ทุกๆ 3 เดือนเพื่อให้คุณได้ใช้แปรงที่ใหม่อยู่เสมอ

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ข่าวร้าย
ผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด มาจากจำนวนตำแหน่งงาน กับงานที่เทคโนโลยี 3D Printer จะทำให้ล้าสมัยและเข้ามาทดแทน สิ่งที่จะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ คือการนำเข้าส่งออกที่จะลดลง เพราะต่อไปเราไม่จำเป็นต้องนำเข้าของจริงจากประเทศผู้ผลิต เราเพียงแต่ Download สินค้าที่เราต้องการเท่านั้น หมายความว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีระบบการผลิตและห่วงโซ่การกระจายสินค้าแบบเดิมๆ อีกต่อไป

การผลิตแบบ Mass Production จะไม่เป็นที่ต้องการ ในขณะที่เราจะผลิตเฉพาะสิ่งที่เราต้องการ ในสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้มันเท่านั้น โกดังเต็มรูปแบบ การเก็บสต็อกสินค้าและอะไหล่ต่างๆ จำนวนมากจะไม่จำเป็น การทำ Packaging การขนส่งสินค้าด้วยวิธีต่างๆ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าและผู้ค้าปลีก จะถูกลดบทบาทไป

ข่าวดี
ใน ‘ข่าวร้าย’ ยังคงมีสิ่งต่างๆ จำนวนมากที่จะได้รับผลกระทบด้านบวกจาก 3D Printer เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก แม้ว่าหลายประตูดูเหมือนจะปิด สำหรับคนที่กำลังมองหางานเทคโนโลยีนี้ นำความคิดใหม่และวิธีการในการทำงาน ด้วยโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ เมื่ออินเทอร์เน็ตเปลี่ยนจากการเป็นเครื่องมือที่จะใช้ส่งอีเมลล์ กลายเป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่บ้าน นำไปสู่การถดถอยของการค้าปลีก ซึ่งนำไปสู่การหดหายจำนวนมากของตำแหน่งงาน ธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งเกิดผลกระทบและบางส่วนมีการปิดกิจการ

สิ่งที่อินเทอร์เน็ตทำให้เกิดผลกระทบด้านบวก เช่น ธุรกิจการสร้างออกแบบ Website, Online Marketing การตลาดอินเทอร์เน็ต, ช่างเทคนิค, โซเชียลมีเดีย, บล็อก จะเฟื่องฟู คนหลายล้านคนจะทำงาน Online ผลิตภัณฑ์เนื้อหาหรือบริการ และระบบหมุนเวียนทางเศษฐกิจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง การใช้จ่ายหลายพันล้านดอลล่าร์จะเกิดขึ้นชั่วข้ามคืน จากการที่ระบบเศษฐกิจแบบไม่มีเวลาปิดเปิด

อีกหนึ่งอาชีพที่จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางคือ อาชีพ Designer ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม 3 มิติเพราะคุณจะได้ขายผลิตภัณฑ์ที่คุณออกแบบได้ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ที่ไหน แค่ Upload สินค้าที่คุณต้องการให้ลูกค้าหรือร้านค้า Online อย่าง www.shapeways.com เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดก็ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ด้าน ถึงสิ่งที่ผู้ที่พัฒนาและคิดค้นมองไปข้างหน้า แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อไรมันจะมาถึง “การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3”

BY…Prakit L.

นำความคิดสู่ความจริงกับ 3D PRINTER

by admin 0 Comments

เมื่อกล่าวถึง Printer ทุกคนก็อาจจะนึกถึงรูปและกระดาษ แต่เครื่อง Printer นั้นมีอะไรมากกว่า เมื่อเราพูดถึง เครื่องพิมพ์สามมิติ (3D printer) ถ้าเราลองนึกถึงเครื่องพิมพ์ที่ทำให้การออกแบบทุก ๆ อย่างของเรานั้น ออกมาอยู่ในรูปแบบของชิ้นงานที่เราจับต้องได้ มันคงทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตง่ายขึ้นมากเลยที่เดียว ตัวอย่าง โครงการวิจัยสนามกีฬาที่ถูกเรียกว่า “โคลอสซัส” เป็นตัวอย่างสุดเจ๋ง ที่เขาสามารถใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys ในการผลักดันนวัตกรรมการออกแบบที่ไร้ขอบเขต

Article RP_AI_04_01

       มหาวิทยาลัย กาเมริโน มหาวิทยาลัยจากแดนมักกะโรนีประเทศอิตาลี ที่มีแผนกออกแบบอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง

       ดอกเตอร์ลูก้า แฟตตารี่ จากโรงเรียนสถาปัตยกรรมและการออกแบบ เอ็ดเวิร์ด วิกตอเรีย ของมหาวิทยาลัย กาเมริโน กล่าวถึงภาษิตเก่าที่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” นั้นเป็นเพียงการอธิบายงานออกแบบและงานวิจัยทางด้านสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยของเขาได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อีกครึ่งหนึ่งที่จะอธิบายงานออกแบบของเขาได้ชัดเจนคือ “ได้สัมผัสถึงจะเข้าใจ”

ในงานวิทยานิพนธ์ “รูปแบบโครงสร้าง” ของ ดอกเตอร์ลูก้า ที่เน้นเรื่องโครงสร้างสถาปัตยกรรมและการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมเป็นหลัก ได้ทำให้เขาได้เห็นว่างานออกแบบที่สามารถเห็นรูปทรงต่าง ๆ จากไฟล์งานดิจิตอลในคอมพิวเตอร์นั้น สามารถที่จะจัดการและสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีรูปทรงหลากหลาย หลากมุมมองนั้นให้อยู่ในรูปแบบของชิ้นที่จับต้องได้ เพียงแค่ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ

คุณภาพและความเร็วของเครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys สามารถสร้างโมเดลได้อย่างลงตัว

ดอกเตอร์ลูก้า กล่าวว่า “การมีโมเดลจริงคือสิ่งสำคัญสำหรับงานวิจัย” “ผมต้องการที่จะสัมผัสและมีเวลาสังเกตรูปแบบโมเดล ก่อนที่มันจะถูกไปปรับแนวคิดในการออกแบบอีกครั้ง ผมต้องการโมเดลที่มีพื้นผิวเรียบ เห็นรายละเอียดของโมเดลซึ่งมีรายละเอียดโครงสร้างซ้ำๆกัน อย่างไรก็ดีผมยังต้องการได้รับโมเดลที่รวดเร็ว ใช้เวลาผลิตน้อยที่สุดเพราะขั้นตอนในการออกแบบโมเดลใหม่อีกครั้ง ต้องใช้เวลามาก”

Article RP_AI_04_02

       ดอกเตอร์ ลูก้า เลือกที่จะใช้เครื่องพิมพ์สามมิติของ Stratasys เพราะสามารถปริ้นโมเดลได้เร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในกระบวนการออกแบบ เครื่องพิมพ์สามมิตินี้ยังใช้งานง่าย และสามารถสร้างโมเดลที่ออกแบบออกมาได้ถูกต้องและได้โมเดลที่แข็งแรง เนื่องจากความแข็งแรงของวัสดุที่เครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys ทำได้ และความสามารถของเครื่องเอง ทำให้งานวิจัยของเขาสมบูรณ์

ดอกเตอร์ ลูก้า กล่าวว่า “ในช่วงเวลาของงานวิจัย ผมมักจะสร้างรูปทรงโมเดลที่ซับซ้อนมากมาย ทำให้มีผลกระทบต่อพื้นผิวโมเดล” “ดังนั้นช่วงต้นที่เกิดข้อผิดพลาดก็มีเครื่องของ Stratasys นี่แหละที่ช่วยให้ผมลดเวลาที่เสียไป

Article RP_AI_04_03

การสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็วเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบโครงสร้างต่าง ๆ

“การออกแบบที่ใช้วัสดุที่แตกต่างกันในรูปทรงที่ซับซ้อน พื้นผิวเรียบและเห็นรายละเอียดด้วยการทำงานของเครื่องเอง ทำให้งานออกแบบของผมเป็นจริง” “บ่อยครั้ง ผมไม่จำเป็นต้องตกแต่งโมเดลเลย เพราะด้วยวัสดุที่มีนั้นสามารถทำให้ผมมองเห็นโมเดลของผมได้อย่างชัดเจน ขอบคุณเครื่องพิมพ์สามมิติของ Stratasys ที่ทำให้ผมได้มีสนามกีฬาแบบที่ผมคิดไว้ มาอยู่ในมือของผม และผมสามารถสัมผัสมันได้ในเวลาเพียง 210 วัน” ในการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปทรง โดยใช้เทคโนโลยี PolyJet ของเครื่องพิมพ์สามมิติ Stratasys ตั้งแต่ช่วงออกแบบตอนแรก และระหว่างการปรับเปลี่ยนแบบ จนกระทั่งถึงแบบสุดท้าย ดอกเตอร์ลูก้า ยังกล่าวอีกว่า “สนามกีฬานี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเขาไม่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้จากเครื่องพิมพ์สามมิติของ Stratasys ”

Article RP_AI_04_04

“โคลอสซัสมีชีวิต” Colossus is alive
“ยักษ์มีชีวิต”

ที่มา – กรณีศึกษา จาก Website Stratasys
Natrasa C. แปล
Wannakorn P. เขียน และ เรียบเรียง

มาพบกับ Architectural Model ในรูปแบบ 3D Printer

by admin 0 Comments

ในปัจจุบันหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินหรือได้เห็นนวัตกรรม 3D Printer กันมากขึ้น ซึ่ง 3D Printer ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่ในวงการ การออกแบบอุตสาหกรรมเท่านั้น ในส่วนของวงการการออกแบบสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารในต่างประเทศ ก็เริ่มหันมาใช้ 3D Printer ในการขึ้นรูปโมเดล อีกทั้งในปัจจุบันการออกแบบทางสถาปนิกก็ออกแบบกันในรูปของ 3 มิติเป็นพื้นฐาน เพราะสามารถทำเป็น Animation ในการนำเสนอและยังสามารถนำไปขึ้นรูปเป็นชิ้นงาน 3 มิติ เพื่อให้จับต้องได้อีกด้วย ผมขอยกตัวอย่างงานให้เห็นภาพกันดังนี้ครับ

Article_RP_AEC_02_01

Article_RP_AEC_02_02

       จากภาพข้างบนเป็นภาพตัวอย่างจาก Modezium บริษัท Architectural Modeling ในประเทศเกาหลีที่หันมาใช้ 3D Printer หรือเครื่องพิมพ์สามมิติ แทนการใช้ CNC ในการขึ้นรูปชิ้นงานต่าง ๆ ในปัจจุบัน นักออกแบบก็นิยมที่จะออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่มี รูปร่างสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว 3D Printer ยังช่วยประหยัดเวลาในการทำงานอีกด้วย

Article_RP_AEC_02_03
รายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆ

Article_RP_AEC_02_04
ผลงานจาก Rietveld Architects

Article_RP_AEC_02_05
Model of Stockholm จาก Mitekgruppen

Article_RP_AEC_02_06
Abu Dhabi Edifice จาก McCann Architecture

       และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างที่นักออกแบบได้เลือกใช้ Technology 3D Printer มาช่วยสรรค์สร้างแบบจำลองเพื่อนำเสนอผลงานอันมีค่าของพวกเค้าให้ออกมาสู่สายตาของนักลงทุนในชนิดที่จับต้องได้และสมจริงมากที่สุด ในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

หากใครสนใจหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 3D Printer เชิญติดต่อเยี่ยมชมโชว์รูมของเราได้ที่ Tel. 02-745-4242

http://www.applicadthai.com/workshop-3dprinter/images/AppliCAD-Map-Branch1.gif

โดย คุณปฏิพัทธ์ กล่ำประชา