3D printing และ injection molding กับการลดต้นทุน

by admin 0 Comments
3D printing และ injection molding กับการลดต้นทุน

การผสมผสานกันของเทคโนโลยี 3D printing และ injection molding นำมาสู่การลดต้นทุนการผลิตของแม่พิมพ์ (tooling costs) และลดเวลาในการผลิตชิ้นส่วน จนสามารถออกสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น (time to market)

บริษัท Design bureau Worrell (Minneapolis, MN) และ Stratasys (Eden Prairie, MN) ผู้นำทางด้าน 3D printing ได้ประกาศการเป็นหุ้นส่วนกันเมื่อ October 2014 เพื่อพัฒนาบริการที่ชื่อว่า 3D printed injection molding (3DIM) สำหรับวงการ การผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ นี่คือการนำเสนอบริการที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะ ระยะเวลาในการผลิตแม่พิมพ์นั้นจะเหลือเพียงแค่ 1-2 วัน ตามระยะเวลาการผลิตของ 3D print

วงการการผลิตเครื่องมือทางการแพทย์นั้นกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับ การจัดการต้นทุนการผลิต และ ระยะเวลาในการผลิตชิ้นส่วน ที่ต้องทำให้เร็วขึ้น ตามความต้องการที่มีมาก ดังนั้นการลดต้นทุนและลดระยะเวลาในการผลิตแม่พิมพ์จึงเป็นส่วนสำคัญ และนี่เองที่ทำให้ 3DIM (3D printed injection molding) กลายมาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

3D printing เทคโนโลยี มีโอกาสในการพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้ โดยการเพิ่มความสามารถในการ print วัสดุหรือ material ที่หลากหลายมากขึ้น การลดต้นทุนของวัสดุ และการพัฒนาในการใช้ digital techniques มาแทนที่วิธีการผลิตแบบเดิม ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมา ทำให้เราสามารถออกแบบแม่พิมพ์ด้วย SolidWorks จากนั้นก็สั่ง print เอาไว้ข้ามคืนด้วย Connex500 3D printer แล้วในวันต่อมาเราก็สามารถทดลองฉีดชิ้นส่วนออกมาดูได้อย่างรวดเร็ว

3dprinting-and-injection-benefit

Connex500 นั้นสามารถใช้ print ชิ้นงานต้นแบบหรือ prototypes ด้วยวัสดุหรือ material หลายประเภท รวมไปถึงวัสดุสังเคราะห์ระหว่าง plastic และ rubber และยังสามารถใช้ print ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ ที่ซับซ้อน เช่น slide ได้โดยที่ไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายใดๆ จากข้อดีของ 3D printing นั่นคือ การ print แบบ bottom up และ layer by layer นั้นงเอง

เราสามารถผลิตชิ้นส่วนต้นแบบ หรือ prototype ที่ใช้วัสดุ หรือ material ที่เหมือนจริง (specified material) แล้วนำไปทดสอบ function การทำงาน และ การใช้งาน (pre-clinical testing และ usability/human factors testing) เพื่อทดสอบเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือ safety ของชิ้นส่วนที่จะทำการผลิต

แต่เทคโนโลยีก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ เกี่ยวกับคุณภาพของชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ ที่จะสามารถฉีดชิ้นงานได้ 50 ถึง 100 ต่อการสึกหรอ 0.005 inches ของตัวแม่พิมพ์ ซึ่งจะทำให้ค่าของแม่พิมพ์นั้นหลุดออกจากสเปค และอีกปัญหาคือความเรียบของผิวแม่พิมพ์นั้นยังไม่สามารถทำได้เทียบเท่า aluminum นอกจากนี้ขนาดของชิ้นส่วนแม่พิมพ์ จะถูกจำกัดด้วยขนาด print bed ของเครื่อง Connex500 และงานฉีดสามารถฉีดได้ด้วยเครื่อง 85-ton press วัสดุหรือ material ที่สามารถ print ได้คือ ABS, PC, TPUs, TPEs, PP, PE และอื่นๆ แต่ไม่เหมาะสมกับวัสดุประเภท high-melt polymers เช่น PEEK และ Ultem

ที่มา : plasticstoday

เปิดตัวครั้งแรกของโลกกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบ Full Color จาก Stratasys

by admin 0 Comments

เมื่อต้นเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่สำหรับวงการเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) ซึ่งต้องเรียกว่าสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการไม่ใช่น้อย สำหรับการเปิดตัวเครื่องพิมพ์รุ่นล่าสุดที่พกเอาความสามารถมาแบบล้นเหลือ นั่นคือ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น J750 จากบริษัทสตราเทซีส (Stratasys) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติจากสหรัฐอเมริกา โดยมี บริษัท แอพพลิแคด จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยทั้งนี้  รุ่น J750 จะทำให้ท่านไม่ต้องมายุ่งยากในการทำสีชิ้นงานเพื่อความสมจริง ก่อนนำไปใช้งานอีกต่อไป ทั้งการนำเสนองาน และการผลิตที่เรียกได้ว่าออกแบบโมเดล 3 มิติไว้อย่างไร ก็สร้างออกมาเป็นของจริงที่จับต้องได้กันแบบนั้นเลย

3D Printer Full Color_01

โดยต้องขอกล่าวถึงความสามารถเดิมที่มีมาก่อนหน้านี้ ในเรื่องการสร้างชิ้นงานแบบหลายวัสดุในการพิมพ์ครั้งเดียว(Multi-Material) ของเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยี PolyJet ที่ใช้หลักการพ่นวัสดุเรซิ่นเหลวออกมาเป็นชิ้นงาน และพัฒนาต่อยอดมาเป็นการพิมพ์แบบหลายวัสดุและหลายสี (Multi-Color Multi-Material) ในครั้งเดียวเช่นกัน ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ใช้วัสดุได้แค่ 3 สีหรือ 3 ชนิดวัสดุเท่านั้น และสีที่ได้ยังไม่สามารถทำได้แบบสมจริงมากนัก แต่ด้วยการพัฒนาล่าสุดของบริษัทสตราเทซีสทำให้เราสามารถสร้างชิ้นงานได้ เสมือนจริงมากขึ้นไปอีกขั้นกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น J750 ที่รองรับวัสดุได้สูงสุดถึง 6 ชนิด พร้อมซอฟต์แวร์ PolyJet Studio™ เวอร์ชั่นใหม่ สำหรับทำหน้าที่สั่งงานให้กับตัวเครื่อง ช่วยให้สามารถสร้างสีสันได้สวยสดใสแบบไล่ระดับสีได้ถึง 360,000 เฉดสี พร้อมความสด และจัดจ้านของเนื้อสีแบบ  Vivid Color ที่ไม่ต้องพึ่งพากระบวนการตกแต่งเก็บงานแบบเดิมที่ต้องขัดต้องพ่นสีกันอีก ต่อไป

3D Printer Full Color_02นอก จากความสามารถด้านสีแล้ว  J750 รุ่นนี้ยังคงความสามารถด้านอื่นๆ อีกเพียบ ทั้งการสร้างแม่พิมพ์สำหรับใช้ฉีดพลาสติก(Injection Mold) การสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานผลิต(Production Tools) การสร้างชิ้นงานสำหรับช่วยเป็นสื่อการสอน รวมถึงงานที่ต้องการสร้างให้ออกมาเป็นของจริงที่จับต้องได้จากไฟล์งาน 3 มิติที่เราออกแบบกันอยู่ ที่โดยทั่วไปเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่มีในท้องตลาดไม่สามารถทำสีสรรแบบนี้ได้ หรือที่มีอยู่ก็ไม่สามารถให้คุณภาพสีได้เทียบเท่า

3D Printer Full Color_03ดู เหมือนโลกของเครื่องพิมพ์ 3 มิติจะหมุนไปไวเกินกว่าที่เราจะคาดคิด จากยุคแรกๆ ที่เป็นแค่การสร้างงานต้นแบบที่ใช้กันในวงแคบๆ อย่างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือเป็นของไฮเทค ล้ำๆ แต่ทุกวันนี้มันเริ่มเข้ามาใกล้ตัว เข้าสู่ชีวิตประจำวันเรามากขึ้น แน่นอนครับมันเป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปอยู่แล้วสำหรับเทคโนโลยี เพียงแต่เราจะรู้จักเรียนรู้ และพร้อมสำหรับการนำมันมาใช้งานให้เกิดประโยชน์กับเราได้อย่างไรต่างหาก และเพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ได้ทำได้แค่ชิ้นงานต้นแบบเหมือนแต่ก่อนที่เราเข้าใจกัน ซึ่งความเป็นจริงเครื่องในระดับอุตสาหกรรมสามารถช่วยเราทำงานได้มากกว่านั้น แค่เพียงต่อยอดมันเข้ากับงานออกแบบของท่าน …..ทีนี้คุณอยากได้อะไรละครับ?

Cr.www.applicadthai.com