การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

by admin

เป็นที่ยอมรับกันว่ารูปแบบการตลาดในโลกปัจจุบัน รวมทั้งของประเทศไทยเราเองนั้นได้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนมาก ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือระยะเวลาการออกสู่ท้องตลาดในแต่ละรุ่นก็สั้นลงจากแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนกว่าจะเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนโมเดลกันทีก็ใช้เวลาเป็นปี แต่เดี๋ยวนี้เรียกว่าเปลี่ยนรุ่นแบบรายเดือนหรือรายปีกันเลยทีเดียว

เมื่อเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัฒน์แล้ว ก็ย้อนกลับมาดูองค์กรของเรา บริษัทของเราว่าจะปรับตัวให้หมุนทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างไรในการที่จะเข้ามาช่วยเสริมจุดแข็ง ลดและกำจัดจุดอ่อน เพื่อให้เราตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมายกับโลกธุรกิจในปัจจุบันนี้ ก็คงหนีไม่พ้นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ เข้ามาช่วย ด้วยจุดเด่นในหลายๆ ด้านของเครื่อง Fortus จากบริษัท Stratasys ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความสามารถหลักๆ ในการสร้างวัตถุ 3 มิติ โดยปราศจากแม่พิมพ์ ซึ่งทำให้เราได้ชิ้นงานที่จับต้องได้ นำไปใช้งานจริงได้ (ในบางกรณี) ตลอดจนนำไปใช้ในการสร้าง Tools เพื่อช่วยในกระบวนการผลิต ก็สามารถที่จะทำให้เราเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพของการทำงาน ลดของเสียที่เกิดจากการลองผิดลองถูก ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเมื่อกล่าวถึงการทำงาน เริ่มตั้งแต่การวาง Concept การสร้างต้นแบบ เพื่อศึกษาการทำงาน ลดความผิดพลาดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการทำงานของการ Design เพื่อให้ได้โมเดลต้นแบบที่มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการผลิตเพื่อออกมาเป็นสินค้าที่มีมูลค่าออกขายสู่ท้องตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันกับสินค้าคู่แข่งได้ต่อไป

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

ภาพอธิบายความสูญเสียด้านค่าใช้จ่าย ที่หากเราสามารถควบคุมความผิดพลาดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการวาง Concept Design
ได้ค่าใช้จ่ายที่เสียไปอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าปล่อยให้เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการผลิตแล้วนั้น ความสูญเสียจะมากกว่าหลายเท่า

ในส่วนนี้จะขอนำตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus เพื่อเป็นไอเดียในการนำไปใช้งานต่อไป

Polaris (Concept Modeling)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ประเภท ATV และ Snowmobile จากสหรัฐอเมริกาได้นำเอาเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ เข้ามาช่วยในการออกแบบและวาง Concept ของรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ได้รูปแบบที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งทาง Polaris สามารถที่จะสร้างชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อนำมาประกอบได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากผ่านขั้นตอนการออกแบบด้วย Software 3D CAD

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ


BMW (Manufacturing Tools)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       บริษัทผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ดังของโลกจากประเทศเยอรมัน ได้มองเห็นถึงจุดเด่นของการสร้าง Tooling แบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus ที่สามารถจะสร้างเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการประกอบชิ้นส่วนของรถในจุดต่างๆ เช่น Jig สำหรับติด Emblem Logo ของรถรุ่น M3 ซึ่งมีข้อดีกว่าการใช้ Jig แบบเดิมที่ผลิตด้วยอะลูมิเนียมที่ต้องผ่านการ Machine และแยกประกอบแบบเดิม อีกทั้งน้ำหนักที่มากก็สร้างความเมื่อยล้าแก่ผู้ทำการประกอบ และยังอาจจะสร้างรอยตำหนิให้ตัวรถในระหว่างการใช้งาน เพราะเป็นวัสดุโลหะ แต่หลังจากได้ทำการปฏิวัติการสร้างและการออกแบบขึ้นใหม่ด้วยเครื่อง Fortus ทำให้เราได้ Tooling แบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบา (พลาสติก ABS) มีรูปทรงที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ


RLM Industries (Investment Casting)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบของเครื่องยิงจรวดจากสหรัฐอเมริกา สามารถแก้ไขปัญหาการผลิตที่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลา ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus ในการสร้างชิ้นส่วน Pattern สำหรับงานหล่อด้วยกรรมวิธี Investment Casting ที่สามารถตัดขั้นตอนของการสร้างแม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับการฉีด Wax pattern ก่อนนำไปเคลือบเปลือกเซรามิก ตาม Process การหล่อโลหะต่อไป ซึ่งด้วยความสามารถของเครื่อง Fortus สามารถที่จะสร้างชิ้นงานสำหรับใช้เป็นแบบ Pattern สำหรับงานหล่อโลหะได้เลย เพราะมีจุดเด่นตรงที่นอกจากเป็นวัสดุพลาสติก ABS แล้วยังสามารถเลือกรูปแบบการฉีดเนื้อภายในชิ้นงานให้มีลักษณะเหมือนรังผึ้ง (Sparse fill interior) ที่เมื่อโดนความร้อนในขั้นตอนการ Burn out pattern ก็สามารถที่จะเผาออกได้ก่อนเทน้ำโลหะเพื่อทำการหล่อต่อไป

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       จากที่ได้ยกตัวอย่างมาในเบื้องต้นนั้น ก็เพื่อสื่อให้เห็นถึงรูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus เพื่อนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าเทคโนโลยีการสร้างชิ้นงานต้นแบบ 3 มิติแบบทั่วๆ ไปที่มีข้อจำกัดที่เนื้อวัสดุ ทั้งแป้ง เรซิ่น ผงโพลีเมอร์ และอื่นๆ ตลอดจนเรื่องของขนาดความเที่ยงตรงของชิ้นงานที่ผลิตออกมานั้น มีความถูกต้องใกล้เคียงแบบที่ออกแบบมามากน้อยเพียงใด เพราะด้วยองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพของชิ้นงานที่ได้ออกมา

       ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนให้เห็นว่าเทคโนโลยี 3D Printer สามารถเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตและการทำงานของเราได้จริงๆ ผ่านการยอมรับจากการใช้งานจริงโดยบริษัทชั้นนำ ทีนี้ก็คงต้องฝากไว้เป็นไอเดียเพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำไปทดลองใช้งานดูละครับ

สุชนม์ โพธิ์พริก แผนก RP+3D Scan

The Drive for speed

by admin

“เครื่องพิมพ์ 3D Stratasys ไม่เพียง แต่มีประสิทธิภาพในการทำชิ้นงานต้นแบบที่ดี แต่ยังช่วยให้บริษัทเราเข้าถึงความพึ่งพอใจของลูกค้าได้มากขึ้น โดยการพัฒนาที่ลงตัวของทั้งสองส่วน อย่าง รถยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ในการใช้งานมันยังช่วยให้นักออกแบบของเรามีความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย”

บริษัท ฮอนด้า จำกัด มหาชน มีแผนผลักดันที่จะปรับปรุงและพัฒนาให้กลุ่มบริษัทฮอนด้า และสำนักงานในกรุงโตเกียว, กลุ่มที่ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์, รถจักรยานต์, และส่วนอื่นๆ ทั่วโลก โดยหนึ่งในความพิเศษของแผนพัฒนาและปรับปรุงนี้คือการปรับแต่งชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่นให้ได้

อุปกรณ์ตกแต่งมีส่วนสำคัญมากด้านยอดขายอย่างมากด้วยเหตุผลคือ ในรถยนต์หนึ่ง คันจำเป็นต้องมีส่วนตกแต่งอยู่ประมาณ 200-300 ชิ้นโดยประมาณ

“เราต้องมีการคำนึงถึงพื้นที่ขับขี่และสภาพภูมิศาสตร์, สถาพผิวถนน เมื่อมีการออกแบบอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายก็ต้องคำนึงถึงข้อตกลงระหว่างประเทศและความต้องการให้ดี”

ฮิโรชิ ทาเคโมริ –นักวิจัยอาวุโสจากแผนกการวางแผนผลิตภัณฑ์

ฮิโรชิ ทาเคโมริ –นักวิจัยอาวุโสจากแผนกการวางแผนผลิตภัณฑ์

      “ยก CR-V เป็นตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา, รถประเภทนี้ถูกทำตลาดในกลุ่มของยานพาหนะที่จะใช้รับและส่งพวกเด็กเล็ก แต่ในประเทศจีนมันอยู่ใน กลุ่มจำพวกรถ SUV และเป็นสัญลักษณ์ที่บอกถึงสถานะ เนื่องจากลักษณะของรถที่มีการสร้างโดยมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เราจึงใช้อุปกรณ์เสริมที่ให้กลิ่นไอของภูมิภาคด้วย”

จากเครื่อง CNC มาเป็นเครื่อง 3D Printer

      บ.ฮอนด้า แอสเซส มีความต้องการที่จะพัฒนาในทุกด้านเพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น บริษัทฮอนด้า ก็การใช้เครื่อง CNC ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนสำหรับการทดลองและการทดสอบ แต่ที่ในขั้นการลงทุนก็ค่อนข้างสูงไม่น้อย

       กลุ่มบริษัท ฮอนด้า จึงได้มีการแนะนำเทคโนโลยี 3D Printer ไปยัง บริษัท ฮอนด้า แอสเซส ในปี 2006 เพื่อการทำโปรเจ็คทดลอง Designer ถูกเชิญให้หาแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะนำ เทคโนโลยี 3D Printer มาใช้กับชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งรถ

       “มีการพูดกันหลากหลายในที่ประชุมถึงเหตุผล และความเป็นไปได้ในการที่จะเริ่มใช้งาน เทคโนโลยี 3D Printer จากช่วงเวลาที่ไม่นานนัก” จำได้ว่า ทาเคโมริ ได้กล่าวถึงการทำต้นแบบ, การทดลองสวมใส่, การทดสอบการทำงาน, และประโยชน์สำคัญ “เราตระหนักว่าเครื่อง 3D Printer จะทำให้ได้เปรียบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์”

       หลังจากนั้น บริษัท ฮอนด้า แอสเซส ได้มีการซื้อเครื่อง 3D Printer รุ่น Eden 500v ที่สามารถสร้างชิ้นงานที่มีความแม่นยำ รวดเร็ว ขนาดของชิ้นตามที่ต้องการ และสามารถทำชิ้นงานที่มีรายละเอียดเล็กๆ สิ่งทั้งหมดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัท ฮอนด้า แอสเซส ต้องการเพื่อมาพัฒนาผลิตภัณฑ์

การปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพ

การปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพ

       ด้วยเหตุผลและข้อได้เปรียบที่หลากหลายของเทคโนโลยี 3D Printer ทำให้การทำงานของฝ่ายพัฒนาสามารถปรับปรุงคุณภาพงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้งานสำเร็จตามแผนเวลาที่วางไว้ไปพร้อมๆ กับการสร้างสรรค์งานใหม่ที่เพิ่มขึ้น “เทคโนโลยี3D Printer จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจเราไปแล้ว” ทาเคโมริ

      ก่อนหน้านี้เราก็ได้มีการใช้เครื่อง CNC แต่นั้นก็ทำให้เราต้องมาทำงานหน้าเครื่องตลอดเวลา ซึ่งมีอันตรายจากเสียงที่ดังและใบมีดที่ตัด เราลองที่จะใช้วิธีการ Outsourcing แต่ก็ต้องพบกับปัญหาความล่าช้าของผู้ให้บริการ ซึ่งจะนำไปสู่ความล่าช้าทางการตลาดด้วย

       นับตั้งแต่มีเครื่อง 3D Printer ปัญหาเหล่านั้นก็ได้ถูกขจัดออกไป และยังช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถยืนยันแบบก่อนที่จะมีการสั่งผลิต ช่วยลดการแก้ไขแบบโดยไม่จำเป็น และนอกจากนั้นตัวเครื่องเองยังสามารถทำชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ถึง 14 นิ้วอีกด้วย

       นับเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่ามากครับที่ทางฮอนด้าได้นำเทคโนโลยี 3D Printer มาใช้เพราะนอกจากจะช่วยปรับปรุงคุณภาพงานแล้วยังช่วยให้ผู้ออกแบบงานสามารถสร้างสรรค์งานได้ง่ายขึ้น ทำให้การมีความได้เปรียบในการแข่งขันทางตลาดอีกด้วย

บทความแปลโดย ชัยวัฒน์ พฤฒิพงศ์พิบูลย์

Vision of the future

by admin

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ วันนี้ก็มาเจอกันเหมือนเดิมนะครับกับข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ (3D Printer) เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะว่าผมจะมีอะไรมาเสนอให้กับผู้อ่านทุกท่าน ว่าเครื่องพิมพ์สามมิติจะสามารถทำอะไรให้เราได้แปลกใจกันอีก…

สร้างบ้านด้วย 3D Printer

“ ยักษ์ผู้สร้างสรรค์ “

       วันนี้เราจะพาท่านท่านผู้อ่านได้มาพบ “ ยักษ์ ” ผู้สร้างสรรค์บ้านหลังโตให้เราด้วยการทำงานแบบ Contour Crafting เครื่องพิมพ์งานสามมิติ โดยมีการทดสอบที่ University of Southern California ในสหรัฐอเมริกา และมีการสนับสนุนจากทาง NASA ด้วย โดยมีการกล่าวว่า “ ตัวเครื่องพิมพ์นั้น สามารถที่จะสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาด 2,500 ตารางฟุต ในเวลาเพียงไม่ถึงวัน ” น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ สำหรับการสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ ได้เวลาเพียงไม่ถึงวัน

สร้างบ้านด้วย 3D Printer

“ยากแค่ไหน ทำยังไง”

       ในส่วนการทำงานนั้นเป็นการนำวัสดุปูนซีเมนต์ ผ่านการปั้มขึ้นไปยังหัวพิมพ์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีสองลักษณะ คือ หัวที่ใช้สำหรับทำในส่วนขอบของกำแพงด้านนอกแบบหัวขนานกัน ซ้าย-ขวา และหัวเดี่ยวที่ใช้พิมพ์ส่วนของด้านในกำแพง เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ในส่วนของสองหัวด้านนอกจะมีในส่วนของครีบเพื่อทำให้ผิวของกำแพงเรียบขึ้น แล้วก็จะค่อยๆ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนขึ้นมาเป็นผนังอย่างที่เราเห็นกันครับ ไม่แน่ว่าเราเองก็อาจจะได้เห็นเครื่องจักรหน้าตาแปลกๆ มาทำอะไรอยู่ข้างๆ บ้านเราก็เป็นไปได้ ผมเองแอบได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้มีประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราได้สร้างบ้านโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในสร้าง สามารถสร้างบ้านขนาด 10 เมตร สูง 6.6 เมตร จำนวน 10 หลังภายในเวลาแค่วันเดียวเลยนะครับ

สร้างบ้านด้วย 3D Printer

        ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ติดตาม บทความดีๆ จากทางเราไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมจากที่มาด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ สำหรับวันนี้ “ สวัสดีครับ ”

Wannakorn P. แปล และ เรียบเรียง

ขอบคุณสำหรับข้อมูล และรูปภาพจาก http://rt.com/news/155220-3d-printer-houses-china/,http://www.technology4change.com/article.jsp?id=354, http://weburbanist.com/2012/05/08/3d-printing-goes-giant-print-your-own-home/

Professinal 3DPrinter ต้อนรับวาเลนไทน์

by admin

—- Professinal 3DPrinter ต้อนรับวาเลนไทน์  —-
ร่วมสนุกกันได้ง่ายๆ กับกิจกรรม เติมรักให้เต็มหัวใจ เพียงแค่ เติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง เท่านี้ก็ลุ้นรับลำโพง Logitech บลูทูธ X50 Mobile Wireless Speaker 1 รางวัล #AppliCAD #Professional3DPrinter #3DPrinter

กติกาง่ายๆ
1.เพียงกด Like เพจ Professional 3DPrinter
2.เติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง
3.อย่าลืมกด Like กด Share หน้า wall คุณด้วยนะคะ
4.ร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ประกาศผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560
5. สำหรับท่านใดที่เติมคำในช่องว่างได้ถูกต้องครบถ้วน ลุ่นรับลำโพง Logitech บลูทูธ X50 Mobile Wireless Speaker 1 รางวัล

จักรยานมีดีไซน์จาก 3D Printer

by admin
นับตั้งแต่มีการค้นพบจักรยานเป็นเรื่องราวในศตวรรษที่ 19 จักรยานมีหน้าที่รองรับการใช้งานของเราในรูปแบบที่หลากหลาย แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จักรยานถือเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ไปเสียแล้ว ทั้งในรูปแบบปั่นเที่ยวเล่น ปั่นอย่างจริงจังภายในเมือง ปั่นระยะทางไกล หรือใช้ปั่นออกกำลังกาย  จึงทำให้มีความคิดใหม่เกี่ยวกับการผลิตจักรยานขึ้นมามากมายไม่ขาดสาย ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ต่างพยายามศึกษาหาความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อนำมาผนวกในการสร้างจักรยานที่น้ำหนักเบา การออกแบบเฟรม และรูปทรงที่สอดคล้องสรีระการขับขี่ของมนุษย์ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีจักรยานจำนวนมากที่ถูกผลิตออกมาจากโรงงานเพื่อตอบสนองความต้องการที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

ARC-bike-1

และเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับวงการการออกแบบ และการผลิต Model หรือชิ้นส่วนจักรยาน เพื่อนำไปทำเป็น Prototype, Production หรือแม้แต่อะไหล่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ เสียหายไปแล้วได้ตามความต้องการ หรือได้ตามสรีระของผู้ขับขี่ (Made to Measure) แต่ละคนเลยทีเดียว และนอกจาก 3D Printing จะผลิตชิ้นส่วน แบบ Made to Measure ได้ทั้งคันแล้ว ขบวนการผลิตนี้ยังสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนดีไซน์อีกด้วย โดยจะขอรวบรวมจักรยานดูดีมีสไตล์จากการผลิตด้วยเทคโนโลยี 3D Printing มาฝากนะคะ

 ARC-bike-2ARC-bike-3

 

Arc Bicycle เป็นโปรเจคของนักศึกษาในหลักสูตร Advanced Prototyping จากมหาวิทยาลัย TU Delft (Delft University of Technology) ประเทศเนเธอร์แลนด์ จักรยานคันนี้ผลิตโดยการใช้เทคโนโลยี 3D Printed ซึ่งใช้สเตนเลสสตีลเป็นวัสดุ มีน้ำหนัก 20 กิโลกรัม สามารถใช้งานได้จริง มีความสวยงามและมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าจักรยาน 3D Printed ที่เคยทำกันมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทีมผู้ประดิษฐ์มีการออกแบบให้ตัวเฟรม หรือโครงสร้างของจักรยานเป็นรูปทรงตาข่ายแบบฟรีฟอร์ม มีความโปร่ง เพื่อให้มีน้ำหนักไม่มากเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ โดยไม่ต้องใช้ท่อโลหะและการเชื่อมท่อตามวิธีการผลิตจักรยานโลหะแบบปกติ สามารถใช้ขี่บนทางถนนหิน (Cobbled road) ที่มีอยู่ทั่วไปในยุโรปได้สบายๆ การผลิตใช้แขนหุ่นยนต์ในการ “พิมพ์” สเตนเลสสตีลและเรซิ่น เรียงกันเป็นชั้นๆ จนได้รูปทรงดังที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยลดข้อจำกัดในการพิมพ์ 3 มิติ โครงสร้าง หรือวัตถุขนาดใหญ่ได้โดยไม่จำกัดรูปร่างและทิศทาง

 

Solid bike1Solid bike2

 

SOLID คือ จักรยานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งเข้าประกวดในงาน Oregon Manifest Competition โดย Industry ทีมดีไซเนอร์จาก Portland ในสหรัฐอเมริกา

SOLID ผลิตด้วยวัสดุไทเทเนียม มีน้ำหนักเบา ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3มิติ (3D Printing) มีการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย และมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นที่ใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ได้

 Trek1Trek2

 

TREK จักรยานมีดีไซน์สวยงาม มีการใช้เทคโนโลยี 3D Printing ในการออกแบบตัวจักรยาน พร้อมอุปกรณ์เสริม ซึ่งเครื่อง 3D Printer ที่นำมาใช้ในการพัฒนาจักรยาน TREK นี้ก็มีชื่อว่า Objet500 Connex3 เป็นอีกขั้นของการพัฒนา 3D Printing ใกล้เคียงกับการผลิตจริงมาขึ้น สามารถสร้างชิ้นงานออกมาเป็นสีแบบ Multi-color ได้เสร็จสมบูรณ์ด้วยเครื่องเดียว ในด้านของวัสดุก็แข็งแรงเพิ่มขึ้นจากของเดิมด้วยวัสดุตัวใหม่ที่ชื่อว่า Digital-ABS2 ซึ่งพัฒนามาให้มีประสิทธิภาพสูงจากเดิมในหลายๆ ด้าน พร้อมทั้งยังรักษาความเป็นสุดยอดเทคโนโลยี ด้วยการนำวัสดุแบบแข็ง แบบใส แบบยาง มาผสมจนก่อเกิดเป็นวัสดุใหม่ๆ ให้เราได้ใช้ตามต้องการอีกด้วย

BY: White Tofu