Tag Archives

One Article

เทคโนโลยี 3D PRINTING เปลี่ยนโฉมการผลิตและการค้าโลกในอนาคต

by admin 0 Comments
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตปัจจุบันมากขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printing ซึ่งมีคุณลักษณะพิเศษที่ต่างจากเครื่องพิมพ์ทั่วไปที่ใช้หมึกพิมพ์ลงบนกระดาษหรือวัสดุอื่นออกมา

เป็นภาพ 2 มติ แต่เครื่องพิมพ์ 3 มิติ สามารถใช้พิมพ์วัสดุได้หลากหลาย อาทิ เส้นพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ ด้ายขนสัตว์ และโลหะ ฯลฯ

วิธีพิมพ์วัสดุโดยใช้เทคนิคการพิมพ์ซ้อนทับลงไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นรูปทรง 3 มิติที่จับต้องได้ ทําให้สามารถผลิตสิ่งของได้เหมือนจริงและตรงกับความต้องการของผู้ออกแบบ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้เริ่มมีการนำเทคโนโลยี 3 มิติไปใช้ในหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการแพทย์ การออกแบบเครื่องประดับ การออกแบบเสื้อผ้า งานสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับตัวอย่างของการนําเทคโนโลยี 3 มิติไปใช้ทํางาน อาทิ การสร้างแบบจําลองใบหน้าคนร้ายแทนการวาดภาพแบบเดิม การทําโมเดลสําหรับการวิเคราะห์ทางทันตกรรม การออกแบบและผลิต เครื่องประดับ ของเล่น ซองใส่โทรศัพท์ พวงกุญแจ การสร้างขากรรไกรเทียม เป็นต้น

เทคโนโลยี 3 มิติ นอกจากจะช่วยให้ผู้ผลิต สามารถนําผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต เพราะเพียงแค่ออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปของไฟล์ 3D เสร็จก็สามารถส่งพิมพ์ หรือสั่งพิมพ์งานเป็นต้นแบบได้เลย จากเดิมที่กว่าจะได้เห็นชิ้นงานจริงต้องผ่านขั้นตอน การออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ เพื่อเป็นแบบหล่อในโรงงานผลิต ก่อนจะปรับแก้ไขจนได้แม่พิมพ์สมบูรณ์  ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนเพราะชิ้นงานที่ผลิตได้อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ออกแบบ

แต่เทคโนโลยี 3D Printing ทําให้ผู้ออกแบบสามารถเห็นชิ้นงานที่ออกแบบได้ก่อนการผลิตจริง สามารถตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขแบบให้สมบูรณ์ ก่อนส่งต่อไปยังกระบวนการผลิตในลําดับถัดไป ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการผลิตและการใช้งานจริง ส่งผลให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทชั้นนำของโลกหลายบริษัท เริ่มใช้เทคโนโลยี 3 มิติร่วมในการผลิตมากขึ้น อาทิ กลุ่มบริษัท Unilever ที่นำเทคโนโลยี 3 มิติมาใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งสามารถลดระยะเวลาในการผลิตได้ถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับการผลิตแบบเดิม แถมยังช่วยให้บริษัทฯ สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ Ford ที่ลงทุนสร้างโรงงานเพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยี 3 มิติ พร้อมลงทุนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยย่นระยะเวลาในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ของ Ford และทำให้มีสินค้าวางตลาดจำหน่ายได้เร็วขึ้น

ทางด้านอาจารย์นันทนา บุญลออ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึงโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถเนรมิตให้เกิดขึ้นได้ก่อนในเบื้องต้นว่า ศักยภาพของเครื่องพิมพ์ 3 มิติมีส่วนช่วยปลดล็อคเรื่องข้อจำกัดในด้านการสร้างรูปทรงที่ซับซ้อน และเปิดโอกาสให้นักออกแบบสามารถสร้างชิ้นงานแบบ‘มีเพียงชิ้นเดียวในโลก’ได้ โดยยังคงความเป็นไปได้ในเชิงการผลิตเพื่อการพาณิชย์ นักออกแบบสามารถสั่งผลิตชิ้นงานได้ในจำนวนน้อย โดยไม่ต้องสั่งเป็นล็อตใหญ่ๆ เหมือนการสั่งผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม สามารถผลิตชิ้นงานที่มีความซับซ้อนในด้านรูปทรงที่นักออกแบบปรารถนา แต่อาจจะไม่เคยผลิตได้ด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรม จำเป็นต้องพึ่งช่างฝีมือเท่านั้นในการขึ้นรูป ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิตินี้ก็จะช่วยให้การสร้างชิ้นงานดังกล่าวนั้นเป็นไปได้

เหล่านี้คือคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมแบบประณีตหรือหัตถกรรมชั้นสูง ซึ่งจะไม่พบในผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรมที่ผลิตโดยเครื่องจักรในระบบ mass production ที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จำต้องมีรูปลักษณ์เรียบง่าย และสามารถผลิตได้ในระบบสายพานการผลิต

ในแวดวงการออกแบบเครื่องแต่งกาย นับเป็นบริบทที่งานหัตถกรรมและแนวคิดของการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมคงอยู่ร่วมกัน มาลองดูกันว่า เมื่อนำนวัตกรรมการพิมพ์สามมิติมาใช้จะสามารถเพิ่มโอกาสหรือสร้างเงื่อนไขใหม่ๆ ให้กับการออกแบบอย่างไรบ้าง

นั่นคือ นักออกแบบเครื่องแต่งกายชาวเนเธอร์แลนด์ Iris Van Herpen ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในงานออกแบบเสื้อผ้าที่นิยามว่าเป็น Tech-couture หรือการประสานกันของ technology และความเป็นแฟชั่นชั้นสูง เน้นทักษะฝีมือในการตัดเย็บชั้นสูง และบางครั้งในแบบฉบับดั้งเดิม (Haute couture) ผลงานที่เป็นภาพจดจำของสาธารณะ มีรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนหลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ (sciencefiction) หรือหลุดโลก โดยมีเลดีกาก้าและบียอร์ค 2 ศิลปินผู้นำเสื้อผ้าของเธอมาสวมใส่ในการแสดงคอนเสิร์ตเป็นผู้รับประกัน เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว จะพบว่า มีความเป็นแฟชั่นชั้นสูงไม่แพ้งานที่ทำจากหัตกรรมเย็บปักขั้นสูงฝีมือมนุษย์เลย

Van Herpen ยอมรับว่า ในฐานะคนทำงานด้านแฟชั่น เธอยกย่องและเห็นคุณค่าของการสร้างงานด้วยฝีมือคนในขณะที่การใช้คอมพิวเตอร์‘พิมพ์’ชิ้นงานออกมาเลยนั้น เป็นการผลักดันคนออกไปจากกระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน อย่างไรก็ตาม  เครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นมอบโอกาสในการสร้างสรรค์ที่มากขึ้น เพราะนอกจากช่วยให้การสร้างแต่ละองค์ประกอบเป็นไปได้อย่างอิสระ มีขนาดและรูปทรงเฉพาะตัวแล้ว   กระบวนการ ‘เขียนแบบ’ เสื้อผ้าเหล่านั้นขึ้นมาโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์  ยังเปิดโอกาสให้เธอได้ค้นพบรูปทรง และ movement effect ของเสื้อผ้าขณะอยู่บนเรือนร่างของผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Van Herpen ให้ความสนใจมาก เพราะยังไม่เคยมีมาก่อนได้อีกด้วย

อาจารย์นันทนา กล่าวว่า มองอย่างคนโลกสวย นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติจะช่วยให้คนเราเข้าถึงงานที่มี ‘คุณลักษณะ’ ของความเป็นหัตถกรรมได้ง่ายขึ้น มิได้จำกัดอยู่เฉพาะคนเพียงบางกลุ่ม ทำให้คนได้มีโอกาสได้เสพย์และชื่นชมผลงานที่เต็มไปด้วยศิลปะและจินตนาการ มากกว่าจะถูกกำกับด้วยความจำกัดของเครื่องจักรที่ผลิตมันขึ้นมา

 

Cr.thaiprint.org