Tag Archives

One Article

โอกาสของ 3D Printer กับการออกแบบสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)

by admin 0 Comments
ล่าสุดกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์แบบสามมิติ หรือ 3D Printer ที่ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายในระดับครัวเรือน ได้เข้ามาเขย่าวงการการออกแบบและทำให้นักออกแบบ รวมทั้งผู้บริโภคอย่างเราๆท่านๆ ได้ตื่นเต้นอยากจะทดลองเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้บริโภคตาดำๆ ไปเป็นผู้ผลิตมือสมัครเล่นกัน โดยที่เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถสร้างหุ่นจำลองสามมิติเพื่อตรวจสอบงานออกแบบของตนและสามารถนำไปใช้นำเสนองานออกแบบให้กับลูกค้าแล้ว ยังมีนักออกแบบบางท่านถึงขั้นรับขึ้นรูปและผลิตตุ๊กตาหรือข้าวของเล็กๆน้อยๆแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆเป็นงานอดิเรกในช่วงวันหยุดอีกด้วย ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านที่มีโอกาสได้รู้จักเจ้าเครื่องพิมพ์สามมิติ นี้น่าจะมีความรู้สึกลึกๆว่า มันน่าจะสามารถผลิตอะไรที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้มากกว่านี้อีกเป็นแน่

โดยหากเราเริ่มต้นมองที่คุณสมบัติการผลิตที่พิเศษของเครื่องพิมพ์สามมิตินี้ เราจะพบว่ามันสามารถผลิตชิ้นงานแบบชิ้นเดียวในโลกได้ และหากวิเคราะห์ต่อไปการเป็นสิ่งของแบบชิ้นเดียวในโลก มันหมายถึงสิ่งของชิ้นนั้นจะต้องมีคุณลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ถึงตรงนี้เราพบว่าผู้คนจึงมักจะใช้เจ้าเครื่องพิมพ์สามมิตินี้นำไปผลิตตุ๊กตาขนาดเล็กแบบเสมือนคนจริง (mini-me miniature) ซึ่งไปด้วยกันได้ดี กับเทรนด์ Personlization ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน หากเราคิดให้หนักขึ้นไปอีกว่า มีสิ่งของหรือโอกาสวาระไหนอีกบ้างที่เรา “จำเป็น” และ “ต้องการ” ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะพิเศษแบบชิ้นเดียวในโลกที่จะผลิตได้โดยเจ้าเครื่องพิมพ์สามมิตินี้อีกบ้าง โดยถ้าเราเอาประเด็นสภาพสังคมในบ้านเรามาจับ เริ่มตั้งแต่ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ (human basic needs) ขั้นแรกคือความต้องการด้านร่างกาย (physiological needs) ได้แก่  อากาศ อาหาร น้ำ และยา ขั้นที่สองคือความต้องการด้านความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ หรืออีกนัยหนึ่งคือการมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่พิการ การได้อยู่ร่วมกันกับคนในครอบครัว รวมทั้งความปลอดภัยในแง่ของหลักประกันของชีวิต การมีงานประจำทำ มีแหล่งที่มาของรายได้ที่สม่ำเสมอถาวร มีบ้าน รถ และอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของเรา  ถึงตรงนี้เราก็จะพบโอกาสการนำเครื่องพิมพ์สามมิตินั้นมาใช้อย่างมีเหตุมีผลขึ้นมาทันที

โดยหนึ่งในตัวอย่างงานออกแบบที่ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติใช้ให้เป็นประโยชน์ที่ทำได้ดีมากคืองานออกแบบอวัยวะเทียม เช่น แขนหรือขา ให้กับเด็กผู้พิการ โดยนักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวเยอรมัน Johanna Gieseler ที่มีความเข้าใจเชิงลึกในเด็กผู้พิการเหล่านี้ โดย Johanna พบว่า อุปกรณ์แขนขาเทียมในปัจจุบันที่ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นแขนหรือขากล (bionic arm or leg) ที่มีความซับซ้อนใน การใช้งานและมีราคาแพงนั้น ถูกออกแบบมาให้มีฟังค์ชั่นมากเกินจำเป็นสำหรับเด็กผู้พิการเหล่านี้ ที่เพียงแค่มีความต้องการที่จะเล่นสนุก ขี่จักรยาน หรือ เพียงแค่ทานอาหาร วาดรูป เขียนหนังสือ ตามกิจกรรมประจำวันของเขา นอกจากนี้ Johanna ยังเข้าใจจิตใจของเด็กๆเหล่านี้ โดยนำเสนองานออกแบบที่สะท้อนความมีอัตลักษณ์ (identity) และวางแนวคิดงานออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “ความสามารถ”  (ability) ของเด็กๆผู้พิการ แทนที่จะสร้างแนวความคิดจาก “ความไม่สามารถ” (disability) ของพวกเขา

นอกจากนี้แล้ว การนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาใช้ผลิตชิ้นส่วน หรือสิ่งของที่น่าจะมี “ความจำเป็น” อีกแบบที่น่าจะเหมาะกับสภาพสังคมของบ้านเรา ก็คือ การผลิตชิ้นส่วนทดแทนสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้งานเป็นประจำเสียหายแตกหัก แต่ยังใช้งานได้ดี ก็จะสามารถทำให้เราสามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ชิ้นจำเป็นหรือชิ้นโปรดนั้นได้ โดยไม่ต้องทิ้งทั้งหมดและซื้อใหม่ กลายเป็น eco-design หรือในอีกกรณีหนึ่ง ก็คือ การที่สิ่งของชิ้นสำคัญของเราที่มีความสำคัญทางจิตใจ เป็นสิ่งที่มีความผูกพันกับเรามาก เกิดความเสียหายหรือแม้กระทั่งสูญหาย น่าจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถเก็บความทรงจำนั้นไว้ได้โดยอาศัยความสามารถของเครื่องพิมพ์สามมิตินี้

เรื่อง: วรนุช ชื่นฤดีมล

อ้างอิง:

Design Meets Disability book by Graham Pullin, The MIT Press, Cambridge, Massachusetts.

Cr.ditp-design.com