Tag Archives

3 Articles

Alternative Tooling ทางเลือกใหม่สำหรับการสร้าง Tooling เพื่อการผลิตในยุคอุตสาหกรรม 4.0

by admin

นับจากอดีตเมื่อเริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคแรกๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมในยุค 4.0 (Industry 4.0) เทคโนโลยีการผลิตได้พัฒนาไปอย่างมาก จนเรียกได้ว่าก้าวล้ำอนาคตเข้าไปทุกวัน และหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก แน่นอนเรากำลังพูดถึง 3D Printing นั่นเอง แล้วเราจะได้ประโยชน์จากการใช้งานเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ นี้ได้อย่างไร เจ้าสิ่งนี้จะช่วยเราได้อยากน้อยแค่ไหนในโลกการผลิตยุคใหม่ ตามผมมาเลยครับ

เชื่อว่าหลายๆ ท่านในวงการอุตสาหกรรมคงจะเคยได้ยินคำว่า Rapid Prototyping กันมานานแล้ว แม้ว่าปัจจุบันนี้จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น 3D Printing หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ กับกระแสที่เรียกว่าแรงดีไม่มีตกอยู่ทุกวันนี้ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะชื่อไหนก็มาจากหลักการเดียวกันก็คือ Additive Manufacturing (AM) หรือการผลิตแบบเพิ่มเนื้อนั่นเอง และแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการผลิตแบบเดิมที่เราใช้กันโดยแพร่หลายซึ่งเรียกว่า Subtractive Manufacturing หรือการผลิตแบบตัดเนื้อออก ตัวอย่างเช่น เครื่องจักร CNC เป็นต้น

Article_RP_01

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจความแตกต่างของกรรมวิธีการผลิตทั้ง 2 แบบ ก่อนนะครับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเลือกใช้ เพราะแต่ละวิธีต่างมีจุดเด่นกันคนละด้าน และเราคงไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีเดิมได้ แล้วเทคโนโลยี Subtractive Manufacturing มีข้อจำกัดอะไรในการผลิตบ้างล่ะ

  • มีข้อจำกัดเรื่องรูปทรง ความซับซ้อนของงาน เช่น ต้องไม่มี Undercut
  • มีของเสียในกระบวนการทำงานเยอะ
  • ไม่เอื้อต่อการผลิตจำนวนน้อย เพราะราคาจะสูงมาก
  • มีความยุ่งยากในกระบวนการทำงานและมีขั้นตอนเยอะ
  • ต้องอาศัยทักษะและแรงงานของมนุษย์ในเกือบทุกขั้นตอนการทำงาน
  • ต้องจัดทำเอกสารข้อมูล เพื่อใช้ในการสั่งงาน กระจายงาน
  • บ่อยครั้งต้องมีการว่าจ้างผู้ผลิตภายนอกหรือ Outsource

หลายๆ ข้อจำกัดที่กล่าวไปนั้น เป็นอุปสรรคต่อการทำงานในอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลแบบอัตโนมัติและเป็นระบบที่ใช้คนน้อยมากๆ เพราะเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถประสานงานกันได้เองผ่าน Internet หรือที่เรียกกันว่า Internet of Thing (IOT)

แล้วอะไรคือ Alternative Tooling หรือ Tooling ทางเลือกล่ะ จริงๆ แล้วความน่าสนใจก็คือ ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในโลกของการผลิตในแทบจะทุกจุด ใครมองเห็นโอกาสก่อนกัน และเห็นมุมที่จะใช้เทคโนโลยีได้มากกว่ากัน ซึ่งทุกๆโอกาสที่ผู้ผลิตต่างมองหาคงหนีไม่พ้นว่าจะทำอย่างไรถึงจะผลิตของได้คุณภาพดีขึ้น ราคาต้นทุนต่างๆ ลดลงเพื่อแข่งขันได้ และเวลาที่เร็วขึ้นในทุกๆ ขั้นตอนนั่นเอง โจทย์ใหญ่ตรงนี้เกือบทุกครั้งเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสมอ

Article_RP_01.02

การสร้าง Tooling ทางเลือกใหม่ก็เพียงการดึงเอาจุดเด่นของการผลิตแบบเพิ่มเนื้อมาใช้นั่นเอง ทั้งเรื่องของรูปทรงของงานที่เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีข้อจำกัด เราจึงจะได้เห็นรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในลักษณะของการออกแบบได้ตรงตามความต้องการใช้งานมากขึ้น งานประกอบก็น้อยลงซึ่งหมายถึงค่า Error ต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ด้านของเสียในกระบวนการผลิตก็ลดลงเพราะไม่ต้องมีส่วนของเนื้อวัสดุที่ถูกตัดออกไป ส่วนประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น ลดในส่วนของการทำแบบหรือ Drawing และงานเอกสาร งานจัดซื้อจัดจ้าง งานที่ใช้เครื่องจักรหลายๆ ตัวมาช่วยกันทำ Tooling จนถึงงาน Outsource ก็ลดลงเพราะเราสามารถทำเองได้ด้วยเครื่อง 3D Printer เพียงเครื่องเดียว แถมยังใช้คนเพียงคนเดียวก็สามารถทำงานทั้งหมดนี้ได้อีกด้วย

Article_RP_01.03

นอกจากความสามารถของ Alternative Tooling ที่กล่าวมาแล้วนั้น ด้วยเทคโนโลยีรูปแบบนี้ทำให้เหมาะที่จะรองรับความต้องการสั่งผลิตในลักษณะ Mass Customization ของอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคและโลกการผลิตเปลี่ยนไป เพราะมีต้นทุนการผลิตต่อชิ้นที่ต่ำมาก และมีรอบการเปลี่ยนแบบได้บ่อยๆ ซึ่งตัว Tooling นั้นต้องปรับตามไปด้วย

แล้วตอนนี้มีใครที่นำ Alternative Tooling ไปใช้งานบ้าง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการผลิตแล้วนะครับ โดยเฉพาะในต่างประเทศเริ่มนำมาใช้กันสักระยะหนึ่งแล้ว และได้มีการปรับปรุงพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับงานและกระบวนการผลิตในต่างละสาขา และแน่นอนว่ามีหลายๆ บริษัทในประเทศไทยของเราที่ได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยงานด้วยเช่นกัน

สำหรับเครื่อง 3D Printer ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Alternative Tooling นั้นบริษัท Stratasys ก็เป็นผู้บุกเบิกที่สำคัญในการนำเอาเทคโนโลยี Additive Manufacturing (AM) นี้มาใช้ในงานสายการผลิต เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพงานและวัสดุที่ผลิตด้วยเครื่อง 3D Printer ของ Stratasys มีให้เลือกใช้ตรงตามความต้องการของ Tooling ที่เรากำหนด

นอกจากนี้ยังได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลและ Case Study งานที่ได้ร่วมกันทำและเรื่องราวความสำเร็จจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกถึงประสิทธิภาพและประโยชน์ของ Alternative Tooling ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตของไทยเราด้วยเช่นกัน

Article_RP_01.04

การผสมผสานที่ลงตัว

อย่างที่ทราบว่าทั้ง 2 เทคโนโลยีต่างมีข้อดีกันคนละแบบ ในบางครั้งเราก็สามารถทำงานแบบผสมผสานเข้าด้วยกันได้เลย เช่น บางจุดที่เราต้องการควมคุมค่า Accuracy ให้ได้ในระดับพรีซิชั่นสูงๆ ก็สามารถใช้การกัดด้วยเครื่อง CNC เฉพาะจุดหรือบริเวณนั้นๆ ได้ รวมถึงการเจาะและการต๊าปเกลียวต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถใช้การประกอบงานที่ผลิตจากเครื่อง 3D Printer เป็นชุดย่อยเข้ากับแผ่นฐานที่เป็นโครงสร้างหลักของ Jig & Fixture เพื่อให้งานแข็งแรงหรือสำหรับงานใหญ่ๆ ได้

Article_RP_01.05

ถึงบทนี้หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะได้ความรู้และไอเดียในการนำเทคโนโลยี Additive Manufacturing (AM) มาใช้งานสร้าง Tooling เพื่อการผลิต ได้บ้างไม่มากก็น้อย สำคัญคือไม่ได้เน้นการใช้แทนเทคโนโลยีเดิมได้ทั้งหมด แต่เป็นการเติมเต็มจุดด้อยและข้อจำกัดเพื่อให้ได้งานที่ตอบโจทย์กับโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่ต้องเร็ว ต้องแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งได้ และยังตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว การรู้จักและเรียนรู้แต่เนิ่นๆ ล้วนสร้างความได้เปรียบแก่เรานะครับ และบริษัทแอพพลิแคดก็พร้อมจะเดินไปข้างหน้ากับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการทุกท่านเพื่อก้าวเข้าสู่โลกการผลิตของอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่มีความสนุกและความท้าท้ายรอเราอยู่ ขอบพระคุณครับ

บทความ : สุชนม์ โพธิ์พริก 3D Printing Solution Dept.

ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่อง 3D Printer

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่านช่วงนี้เป็นช่วงอากาศเปลี่ยนฤดู เข้าสู่ฤดูร้อนกันแล้วนะครับ บางคนก็มีทริปเที่ยวต่างๆ ให้คลายร้อนกัน และช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย บางท่านก็มีการเตรียมเลือกซื้อของขวัญ ของฝาก ให้กับบุคคลที่เคารพนับถือกัน ญาติผู้ใหญ่ บุคคลที่เป็นที่รัก และที่สำคัญก็ไม่ควรลืมที่จะให้ของขวัญกับตนเองด้วยนะครับ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องการเลือกซื้อของให้ผู้อื่นนั้นคงจะลำบากไม่เท่าไหร่นัก แต่พอจะเลือกให้ตัวเองล่ะสิครับ คำถามเกิดขึ้นเยอะเลย เช่น จะซื้อเสื้อสีดำที่แขวนโชว์อยู่หน้าร้าน แต่ดันไม่ชอบกระดุมสีทอง ที่ติดมากับเสื้อ หรือชอบรถรุ่นนี้ แต่รุ่นอื่นให้ออฟชั่นเยอะกว่า แถมราคาถูกกว่าด้วย เฮ้อ..โลกก็เป็นแบบนี้ล่ะ อะไรที่เราชอบเมื่อพิจารณามันไปเลื่อยๆ ก็จะเห็นข้อติ ข้อด้อย แล้วถ้าจะเลือกซื้อ 3D Printer ล่ะควรจะทำอย่างไร!!!!

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่อง 3D Printer มาใช้กันอยู่ วันนี้ผมมีหลักในการเลือกซื้อมาฝากกันครับ แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจธรรมชาติของการซื้อกันก่อน มนุษย์เรามักจะซื้อสินค้าด้วยสองปัจจัยหลัก อย่างแรกคือ อารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เราจะซื้อสินค้ากันด้วยปัจจัยนี้ซะส่วนใหญ่ เช่น ระหว่างที่เรากำลังเดินไปทานข้าวมื้อค่ำ ช่วงทางผ่านมีร้านขายดอกไม้ คุณกวาดตาไปเห็นดอกลิลลี่ สีเหลืองบานฉ่ำ ก้านยาวตรงเรียวสวย ยังไม่ทันจะถามราคากับคนขายเลย คุณก็จะชี้นิ้วบอกกับคนขายว่า “ เอาดอกลิลลี่นี้ หนึ่งดอก” พร้อมกับหยิบเงินให้กับคนขาย โดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าดอกไม้นี้แหล่งที่ปลูกคือ ที่ไหน? เป็นไม้นำเข้ารึป่าว? คุณจะไม่สนว่า หลังจากซื้อดอกไม้ดอกนั้นแล้วคุณจะทำอะไรกับมันต่อ เอาไปปักแจที่บ้านดีไหม? หลังจากมื้อค่ำแล้วมันจะเหี่ยวไหม? พอหลังจากคุณทานมื้อค่ำเสร็จ คุณเริ่มรู้สึกว่าดอกไม้ที่ถือมานี่มันช่างน่ารำคาญเหลือเกิน จากนั้นคุณก็จะเริ่มหาทางกำจัดดอกไม้นั้นทิ้งไปซะ พอคุณกำจัดมันออกไปได้ คุณจะกลับไปคิดถึงตอนที่ซื้อ ว่าไร้เหตุผลสิ้นดี ซึ่งแบบนี้คงจะไม่มีเหตุผลมาอธิบายเพราะเป็นเรื่องของอารมณ์

ส่วนปัจจัยที่สองคือ การซื้อด้วยเหตุผล ซึ่งอันนี้ล่ะครับที่สำคัญ ในการเลือกซื้อเครื่อง 3D Printer สิ่งที่ต้องตั้งคำถามก่อนเลยคือ “จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร” อย่าปล่อยให้เครื่อง 3D Printer เป็นเหมือนกับดอกลิลลี่ ที่เมื่อซื้อมาแล้วก็ไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร มาดูกันครับว่าเราจะมีหลักในการตัดสินใจเลือกเครื่อง 3D Printer ด้วยเหตุผล อย่างไรกันบ้าง

โดยผมมีข้อพิจารณาให้ 5 ข้อ เพื่อช่วยในการเลือกซื้อเครื่อง 3D Printer

1. เครื่อง 3DP ที่คุณจะซื้อมีประสิทธิภาพมากพอที่จะตอบโจทย์งานของคุณได้มาแค่ไหน?

2. เครื่อง 3DP นั้นใช้งานง่ายแค่ไหน?

3. เมื่อมีเครื่อง 3DP แล้วจำเป็นต้องมีอุปกรณ์อื่นต่อพ่วงอีกไหม?

4. อันตรายจากเครื่อง 3DP มีหรือไม่?

5. เมื่อเครื่องที่เราซื้อมามีปัญหาใครจะแก้ไขให้ได้?

เริ่มจากข้อแรกผมได้ทำเป็นตารางสรุปเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละรุ่นมาให้ดูครับ

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       จากตารางเราจะเห็นเครื่องทั้งสี่นั้นมีคุณสมบัติที่ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก แต่การที่เราจะเลือก อะไรนั้นดูแค่สเปคอย่างเดียวไม่พอ เราต้องทดสอบการใช้งานกันก่อนครับ โดยเราได้ทดสอบโดยการให้เครื่องทั้งหมด ปริ้นชิ้นงานรูปแบบเดียวกันตามรูป โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากปริ้นเสร็จแล้วชิ้นงานที่ปริ้นออกมาจะต้องประกอบเข้าได้ด้วยกันพอดี

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       โดยหลังจากการทดสอบเราพบว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่ทำออกมาก็พอมองออกเป็นรูปเป็นร่างได้ แต่สิ่งที่แต่ต่างกันดูเหมือนจะเป็นเรื่องของสัดส่วนและความแม่นยำที่เครื่องแต่ละยี่ห้อให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       ดังจะเห็นได้จากรูป ถ้าเรามองผ่านๆ ก็คงไม่ได้สังเกตถึงข้อผิดพลาดอะไรบางอย่างบนตัวชิ้นงาน แต่เหมือนเราลองนำมาใช้งาน ลองมาประกอบ เราก็จะรู้ได้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากเครื่องตอบโจทย์เราหรือไม่?

ต่อกันที่ข้อสอง “เครื่อง 3DP นั้นใช้งานง่ายแค่ไหน?”

       ด้วย Concept ที่ว่า 3D Printing ภาพลักษณ์ของเครื่อง 3D Printer จึงไม่ควรแตกต่างจากเครื่อง Inkjet ที่เราใช้ปริ้นกระดาษและคุ้นเคยกันดี คือต้องง่ายตั้งแต่การตั้งค่าก่อนปริ้นไปจนถึงการบำรุงรักษาเบื้องต้น ลองมาดูจากข้อมูลดังต่อไปนี้ดูนะครับ

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       หากเรามองเรื่องการใช้งานเครื่องว่า ง่ายหรือยาก ? เป็นแค่เรื่องของซอฟต์แวร์อย่างเดียว เราก็คงไม่พบถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เราลองมาดูถึงขั้นตอนการขึ้นชิ้นงานกันดูนะครับ

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้ใช้มักพบจะเป็นเรื่องหลังจากที่สั่งขึ้นชิ้นงานไปแล้ว จากเครื่องมากกว่า ปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์ คือเมื่อขณะที่เครื่องกำลังทำงานอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับวัสดุไม่ถูกฉีดออกมา หรือฉีดออกมาแล้วไม่สมบูรณ์บ้าง อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ความชื้นของวัสดุที่มากจนทำให้คุณสมบัติต่างๆ ของพลาสติกเปลี่ยนไป, การควบคุมอุณภูมิการหลอมละลายของพลาสติกแต่ละชนิดที่ไม่คงที่ (Melting Point), การควบคุมอุณหภูมิ รอบชิ้นงาน (Ambient Temp) ที่จะมีผลต่อการยืดและขยายตัวของชิ้นงาน เป็นต้น ปัจจัยทั้งหมดนี้มีผลทำให้เกิดปัญหาระหว่างขึ้นชิ้นงานได้ ซึ่งหากเครื่องที่มีการออกแบบที่ได้มาตรฐานจะมีการป้องกันปัญหาพวกนี้ไว้อยู่แล้ว ในข้อนี้ผมมีคำแนะนำให้ผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องควรเข้าไปขอทดลองใช้งานเครื่องเลยครับว่าง่ายจริงอ่ะป่าว

ข้อสาม “เมื่อมีเครื่อง 3DP แล้วจำเป็นต้องมีอุปกรณ์อื่นต่อพ่วงอีกไหม?”

      หลายครั้งที่เราซื้อเครื่องมาแล้วพบว่ายังไม่จบ..ยังต้องมีเครื่องล้างชิ้นงาน, เครื่องสำรองไฟ, คอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นเราต้องสอบถามกับทางผู้จำหน่ายให้ดีเสียก่อนว่าอุปกรณ์ที่แถมและอุปกรณ์ที่ต้องซื้อเพิ่มมีอะไรบ้าง

สี่ “อันตรายจากเครื่อง 3DP มีหรือไม่?”

       เครื่อง 3DP ที่ดีควรต้องเป็นเครื่องที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน (Office Friendly) ซึ่งอาจรวมไปถึงการนำเอาชิ้นงานไปใช้ด้วย จากด้วยตัวอย่างในภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการแกะวัสดุรองรับหรือ Support ออกจากชิ้นงาน ซึ่งโดยปกติแล้ววัสดุลองรับชิ้นงานจะมีแบบคือ แบบ Soluble Support (ละลายตัวได้) และ Break Away (แกะออกด้วยมือ)

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       ข้อได้เปรียบของการใช้วัสดุรองรับแบบละลายตัวได้คือ เราสามารถลดความเสี่ยงที่จะทำให้ชิ้นงานเสียหายอันเนื่องมาจากการแกะวัสดุรองรับออกจากชิ้นงาน และที่สำคัญคือลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่ใช้แกะวัสดุรองรับออกจากชิ้นงานด้วย

ข้อพิจารณาสุดท้าย “เมื่อเครื่องที่เราซื้อมามีปัญหาใครจะแก้ไขให้ได้?”

       อันนี้อาจต้องสอบถามจากทางผู้จำหน่ายให้เคลียร์ก่อนจะมีการซื้อขาย เพราะถ้าเราได้ซื้อกับทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก็จะสามารถวางใจได้ระดับหนึ่งในเรื่องของอะไหล่และทีมงานที่ได้การถ่ายทอดตรงมาจากโรงงานผลิตอีกด้วย ส่วนถ้าเป็นเครื่องที่นำเข้ามาเองแล้วต้องมาประกอบเอง (Set Up) อันนี้สิ่งที่ทำได้อย่างหนึ่งคือ ทำใจครับ…

และท่านไหนที่สนใจและอยากทดสอบการใช้งานเครื่องปริ้น 3D Printer สามารถเข้าไปได้ที่ I AM MAKER : 3D Printer Cafe & Store ท่านสามารถออกแบบและปริ้นชิ้นงานด้วยตัวท่านเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Tel: 087-6998336 , 095-3655776
Email: sales@i-am-maker.com

บทความ : ชัยวัฒน์ พฤฒิพงศ์พิบูลย์

ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่อง 3D Printer

by admin

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่านช่วงนี้เป็นช่วงอากาศเปลี่ยนฤดู เข้าสู่ฤดูร้อนกันแล้วนะครับ บางคนก็มีทริปเที่ยวต่างๆ ให้คลายร้อนกัน และช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย บางท่านก็มีการเตรียมเลือกซื้อของขวัญ ของฝาก ให้กับบุคคลที่เคารพนับถือกัน ญาติผู้ใหญ่ บุคคลที่เป็นที่รัก และที่สำคัญก็ไม่ควรลืมที่จะให้ของขวัญกับตนเองด้วยนะครับ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องการเลือกซื้อของให้ผู้อื่นนั้นคงจะลำบากไม่เท่าไหร่นัก แต่พอจะเลือกให้ตัวเองล่ะสิครับ คำถามเกิดขึ้นเยอะเลย เช่น จะซื้อเสื้อสีดำที่แขวนโชว์อยู่หน้าร้าน แต่ดันไม่ชอบกระดุมสีทอง ที่ติดมากับเสื้อ หรือชอบรถรุ่นนี้ แต่รุ่นอื่นให้ออฟชั่นเยอะกว่า แถมราคาถูกกว่าด้วย เฮ้อ..โลกก็เป็นแบบนี้ล่ะ อะไรที่เราชอบเมื่อพิจารณามันไปเลื่อยๆ ก็จะเห็นข้อติ ข้อด้อย แล้วถ้าจะเลือกซื้อ 3D Printer ล่ะควรจะทำอย่างไร!!!!

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่อง 3D Printer มาใช้กันอยู่ วันนี้ผมมีหลักในการเลือกซื้อมาฝากกันครับ แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจธรรมชาติของการซื้อกันก่อน มนุษย์เรามักจะซื้อสินค้าด้วยสองปัจจัยหลัก อย่างแรกคือ อารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เราจะซื้อสินค้ากันด้วยปัจจัยนี้ซะส่วนใหญ่ เช่น ระหว่างที่เรากำลังเดินไปทานข้าวมื้อค่ำ ช่วงทางผ่านมีร้านขายดอกไม้ คุณกวาดตาไปเห็นดอกลิลลี่ สีเหลืองบานฉ่ำ ก้านยาวตรงเรียวสวย ยังไม่ทันจะถามราคากับคนขายเลย คุณก็จะชี้นิ้วบอกกับคนขายว่า “ เอาดอกลิลลี่นี้ หนึ่งดอก” พร้อมกับหยิบเงินให้กับคนขาย โดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าดอกไม้นี้แหล่งที่ปลูกคือ ที่ไหน? เป็นไม้นำเข้ารึป่าว? คุณจะไม่สนว่า หลังจากซื้อดอกไม้ดอกนั้นแล้วคุณจะทำอะไรกับมันต่อ เอาไปปักแจที่บ้านดีไหม? หลังจากมื้อค่ำแล้วมันจะเหี่ยวไหม? พอหลังจากคุณทานมื้อค่ำเสร็จ คุณเริ่มรู้สึกว่าดอกไม้ที่ถือมานี่มันช่างน่ารำคาญเหลือเกิน จากนั้นคุณก็จะเริ่มหาทางกำจัดดอกไม้นั้นทิ้งไปซะ พอคุณกำจัดมันออกไปได้ คุณจะกลับไปคิดถึงตอนที่ซื้อ ว่าไร้เหตุผลสิ้นดี ซึ่งแบบนี้คงจะไม่มีเหตุผลมาอธิบายเพราะเป็นเรื่องของอารมณ์

ส่วนปัจจัยที่สองคือ การซื้อด้วยเหตุผล ซึ่งอันนี้ล่ะครับที่สำคัญ ในการเลือกซื้อเครื่อง 3D Printer สิ่งที่ต้องตั้งคำถามก่อนเลยคือ “จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร” อย่าปล่อยให้เครื่อง 3D Printer เป็นเหมือนกับดอกลิลลี่ ที่เมื่อซื้อมาแล้วก็ไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร มาดูกันครับว่าเราจะมีหลักในการตัดสินใจเลือกเครื่อง 3D Printer ด้วยเหตุผล อย่างไรกันบ้าง

โดยผมมีข้อพิจารณาให้ 5 ข้อ เพื่อช่วยในการเลือกซื้อเครื่อง 3D Printer

1. เครื่อง 3DP ที่คุณจะซื้อมีประสิทธิภาพมากพอที่จะตอบโจทย์งานของคุณได้มาแค่ไหน?

2. เครื่อง 3DP นั้นใช้งานง่ายแค่ไหน?

3. เมื่อมีเครื่อง 3DP แล้วจำเป็นต้องมีอุปกรณ์อื่นต่อพ่วงอีกไหม?

4. อันตรายจากเครื่อง 3DP มีหรือไม่?

5. เมื่อเครื่องที่เราซื้อมามีปัญหาใครจะแก้ไขให้ได้?

เริ่มจากข้อแรกผมได้ทำเป็นตารางสรุปเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละรุ่นมาให้ดูครับ

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       จากตารางเราจะเห็นเครื่องทั้งสี่นั้นมีคุณสมบัติที่ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก แต่การที่เราจะเลือก อะไรนั้นดูแค่สเปคอย่างเดียวไม่พอ เราต้องทดสอบการใช้งานกันก่อนครับ โดยเราได้ทดสอบโดยการให้เครื่องทั้งหมด ปริ้นชิ้นงานรูปแบบเดียวกันตามรูป โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากปริ้นเสร็จแล้วชิ้นงานที่ปริ้นออกมาจะต้องประกอบเข้าได้ด้วยกันพอดี

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       โดยหลังจากการทดสอบเราพบว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่ทำออกมาก็พอมองออกเป็นรูปเป็นร่างได้ แต่สิ่งที่แต่ต่างกันดูเหมือนจะเป็นเรื่องของสัดส่วนและความแม่นยำที่เครื่องแต่ละยี่ห้อให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       ดังจะเห็นได้จากรูป ถ้าเรามองผ่านๆ ก็คงไม่ได้สังเกตถึงข้อผิดพลาดอะไรบางอย่างบนตัวชิ้นงาน แต่เหมือนเราลองนำมาใช้งาน ลองมาประกอบ เราก็จะรู้ได้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากเครื่องตอบโจทย์เราหรือไม่?

ต่อกันที่ข้อสอง “เครื่อง 3DP นั้นใช้งานง่ายแค่ไหน?”

       ด้วย Concept ที่ว่า 3D Printing ภาพลักษณ์ของเครื่อง 3D Printer จึงไม่ควรแตกต่างจากเครื่อง Inkjet ที่เราใช้ปริ้นกระดาษและคุ้นเคยกันดี คือต้องง่ายตั้งแต่การตั้งค่าก่อนปริ้นไปจนถึงการบำรุงรักษาเบื้องต้น ลองมาดูจากข้อมูลดังต่อไปนี้ดูนะครับ

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       หากเรามองเรื่องการใช้งานเครื่องว่า ง่ายหรือยาก ? เป็นแค่เรื่องของซอฟต์แวร์อย่างเดียว เราก็คงไม่พบถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เราลองมาดูถึงขั้นตอนการขึ้นชิ้นงานกันดูนะครับ

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้ใช้มักพบจะเป็นเรื่องหลังจากที่สั่งขึ้นชิ้นงานไปแล้ว จากเครื่องมากกว่า ปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์ คือเมื่อขณะที่เครื่องกำลังทำงานอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับวัสดุไม่ถูกฉีดออกมา หรือฉีดออกมาแล้วไม่สมบูรณ์บ้าง อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ความชื้นของวัสดุที่มากจนทำให้คุณสมบัติต่างๆ ของพลาสติกเปลี่ยนไป, การควบคุมอุณภูมิการหลอมละลายของพลาสติกแต่ละชนิดที่ไม่คงที่ (Melting Point), การควบคุมอุณหภูมิ รอบชิ้นงาน (Ambient Temp) ที่จะมีผลต่อการยืดและขยายตัวของชิ้นงาน เป็นต้น ปัจจัยทั้งหมดนี้มีผลทำให้เกิดปัญหาระหว่างขึ้นชิ้นงานได้ ซึ่งหากเครื่องที่มีการออกแบบที่ได้มาตรฐานจะมีการป้องกันปัญหาพวกนี้ไว้อยู่แล้ว ในข้อนี้ผมมีคำแนะนำให้ผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องควรเข้าไปขอทดลองใช้งานเครื่องเลยครับว่าง่ายจริงอ่ะป่าว

ข้อสาม “เมื่อมีเครื่อง 3DP แล้วจำเป็นต้องมีอุปกรณ์อื่นต่อพ่วงอีกไหม?”

      หลายครั้งที่เราซื้อเครื่องมาแล้วพบว่ายังไม่จบ..ยังต้องมีเครื่องล้างชิ้นงาน, เครื่องสำรองไฟ, คอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นเราต้องสอบถามกับทางผู้จำหน่ายให้ดีเสียก่อนว่าอุปกรณ์ที่แถมและอุปกรณ์ที่ต้องซื้อเพิ่มมีอะไรบ้าง

สี่ “อันตรายจากเครื่อง 3DP มีหรือไม่?”

       เครื่อง 3DP ที่ดีควรต้องเป็นเครื่องที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน (Office Friendly) ซึ่งอาจรวมไปถึงการนำเอาชิ้นงานไปใช้ด้วย จากด้วยตัวอย่างในภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการแกะวัสดุรองรับหรือ Support ออกจากชิ้นงาน ซึ่งโดยปกติแล้ววัสดุลองรับชิ้นงานจะมีแบบคือ แบบ Soluble Support (ละลายตัวได้) และ Break Away (แกะออกด้วยมือ)

3DP, 3D Printer, 3D Printing

       ข้อได้เปรียบของการใช้วัสดุรองรับแบบละลายตัวได้คือ เราสามารถลดความเสี่ยงที่จะทำให้ชิ้นงานเสียหายอันเนื่องมาจากการแกะวัสดุรองรับออกจากชิ้นงาน และที่สำคัญคือลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่ใช้แกะวัสดุรองรับออกจากชิ้นงานด้วย

ข้อพิจารณาสุดท้าย “เมื่อเครื่องที่เราซื้อมามีปัญหาใครจะแก้ไขให้ได้?”

       อันนี้อาจต้องสอบถามจากทางผู้จำหน่ายให้เคลียร์ก่อนจะมีการซื้อขาย เพราะถ้าเราได้ซื้อกับทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก็จะสามารถวางใจได้ระดับหนึ่งในเรื่องของอะไหล่และทีมงานที่ได้การถ่ายทอดตรงมาจากโรงงานผลิตอีกด้วย ส่วนถ้าเป็นเครื่องที่นำเข้ามาเองแล้วต้องมาประกอบเอง (Set Up) อันนี้สิ่งที่ทำได้อย่างหนึ่งคือ ทำใจครับ…

และท่านไหนที่สนใจและอยากทดสอบการใช้งานเครื่องปริ้น 3D Printer สามารถเข้าไปได้ที่ I AM MAKER : 3D Printer Cafe & Store ท่านสามารถออกแบบและปริ้นชิ้นงานด้วยตัวท่านเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
Tel: 087-6998336 , 095-3655776
Email: sales@i-am-maker.com

บทความ : ชัยวัฒน์ พฤฒิพงศ์พิบูลย์