Tag Archives

2 Articles

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

by admin

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

ที่มา: http://www.applicadthai.com

จากต้นสู่อนาคตของ 3D Printer (ตอน 1)

by admin 0 Comments

ต้องยอมรับว่ากระแสของเครื่อง 3D Printer ในช่วง 2-3 ปี ที่ภายมานั้นเป็นที่พูดถึงกันอยู่มากครับ ดังจะสังเกตได้จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวทางช่องทีวี และอินเตอร์เน็ต ก็นำเสนอเรื่องของการนำเทคโนโลยี 3D Printer ไปใช้หลากหลายด้าน เช่น การแพทย์, แฟชั่นดีไซน์, รถยนต์, ที่อยู่อาศัย, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิก, อาหาร และอื่นๆ นั้นก็แสดงให้เห็นได้ในระดับหนึ่งแล้วว่าเทคโนโลยี 3D Printer ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมเหล่านั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่ยังจดๆ จ่องๆ รอดูอยู่ว่าเทคโนโลยี 3D Printer นี้จะไปในทิศทางไหนกันแน่ เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีครับว่าเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้มาไวก็ไปไวด้วยเช่นกัน แต่กับเทคโนโลยี 3D Printer นั้นจะเป็นอย่างไรเรามาดูกันครับ

ก่อนอื่นต้องขอย้อนกลับไปเมื่อแรกเริ่มตอนถือกำเนิดเทคโนโลยี 3D Printing เมื่อประมาณ 30 ปี ก่อนนี้หรือช่วง ค.ศ 1980-1990 ในช่วงนั้นเครื่องจักรที่ควบคุมภาษาคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า Computer Numerical Control (CNC) มีใช้กันมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว และช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก บวกกับการที่ภาคขนส่งและโทรคมนาคมของโลก มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก จนเราเริ่มเรียกยุคนั้นว่า “ยุคโลกาภิวัฒน์” ยุคที่สินค้าไม่ได้เป็นแค่สินค้าที่มีจำหน่ายจำเพราะในภูมิภาคของตน (Region Product) แต่กลับกลายเป็นสินค้าที่คนทั้งโลกสามารถจำจองได้ (Global Product)

จากต้นสู่อนาคตของ 3D Printer จากต้นสู่อนาคตของ 3D Printer

       ด้วยเหตุนี้เองทำให้การแข่งขันของแต่ล่ะอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างเข้มข้น สินค้าที่เคยมีเพียงไม่กี่รูปแบบค่อยๆ ถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับการแข่งขันในระดับโลก ถึงจุดนี้ล่ะครับที่อุตสาหกรรมเริ่มพบปัญหาด้านการผลิตกันแล้ว ทั้งในเรื่องของการพัฒนาสินค้าล่าช้า, การเกิดข้อผิดพลาดทางการผลิต, การผลิตสินค้าที่ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และต้นทุนในการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่สูง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมได้วิเคราะห์ว่า “ปัญหาพวกนี้จะน้อยลงได้หากผู้ประกอบการมีการทำแบบจำลองหรือ โมเดลต้นแบบที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าจริงมากที่สุดเพื่อที่จะรู้ถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน แล้วรวมถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับกระบวนการผลิตอีกด้วย”

       ในตอนนั้นเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ทำชิ้นงานต้นแบบถูกเรียกรวมๆ กันว่า Solid freeform fabrication หรือ SFF ซึ่งก็เป็นการนำวัสดุเช่น พลาสติก, เรซิน, โลหะ มาขึ้นรูปในลักษณะของการทับตัวกันเป็นชั้นๆ จากล่างขึ้นบน จนได้เป็นรูปทรงที่ใกล้เคียงกับของจริง ซึ่งนั้นทำให้เราได้มาซึ่งการทดสอบแบบ Ergonomics Test เพื่อให้ได้รับรู้ถึงข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีการทำต้นแบบในยุคนั้นยังมีข้อจำกัดทางด้านวัสดุอยู่เยอะ ทั้งแง่ของ Mass Property และ Material Property, Actual Geometry จึงทำให้ต้องมีการใช้ซอฟต์แวร์ประเภท Simulation

 Simulation

       เข้ามาช่วยวิเคราะห์เป็นส่วนใหญ่ทำให้การทำต้นแบบในยุคนั้นกลายเป็นแค่เพียงชิ้นงานที่ไว้คุยกันระหว่างทีมออกแบบและฝ่ายการตลาด

       ส่วนอีกด้านทางฝั่งผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำชิ้นงานต้นแบบหรือ Solid Freeform Fabrication (SFF) ในขณะนั้นก็ได้มีการพัฒนาในส่วนของเครื่องจักรที่ชื่อว่า Rapid Prototyping ให้ออกมาตอบโจทย์ทางกลุ่มอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น โดยตอนนั้นมีเพียงไม่กี่กลุ่มบริษัทที่จะเข้ามาวิจัยและพัฒนาด้านการทำชิ้นงานต้นแบบที่จะเห็นได้ว่าเป็นรุ่นแรกๆ ก็คงจะมีแค่สองถึงสามกลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งต่างก็มีเทคโนโลยี ที่แตกต่างกันออกไปตามความถนัด แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี

บทความ : ชัยวัฒน์ พฤฒิพงศ์พิบูลย์