Tag Archives

6 Articles

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

by admin

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ https://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

by admin

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

ที่มา: http://www.applicadthai.com

เครื่องพิมพ์สามมิติ อยากได้อะไรก็แค่ CTRL+P ตอนที่ 2 จากแบบจำลองสู่ชิ้นงานจริง

by admin 0 Comments

จากตอนที่แล้ว เครื่องพิมพ์สามมิติ อยากได้อะไรก็แค่ Ctrl+P ตอนที่ 1 เครื่องพิมพ์สามมิติคืออะไร เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพิมพ์สามมิติและเทคนิคการพิมพ์สามมิติแบบต่างๆมาแล้ว เรามาดูกันว่า กว่าจะเป็นชิ้นงานซักชิ้นหนึ่ง จากจินตนาการในสมอง (หรือบรีฟของลูกค้า) มาเป็นแบบจำลอง โมเดลสามมิติในคอม จนกลายเป็นชิ้นงานจริงๆในที่สุด เราจะต้องทำอะไรบ้าง

จากจินตนาการสู่แบบจำลอง

ไม่ว่าจะเลือกใช้เทคนิคการพิมพ์สามมิติแบบไหน หลักการการพิมพ์แบบสามมิติก็เหมือนๆ กัน คือ เครื่องจะอ่านการออกแบบจากไฟล์ STL (Standard Tesselletion Language – STL) เพื่อสร้างชิ้นงานจากชุดข้อมูล การสร้างแต่ละชั้นจะสอดคล้องกับกลุ่มตัวอย่างเสมือนจริงจากรูปแบบที่ออกแบบไว้นั่นเอง

การสร้างแบบจำลองหรือโมเดลสามมิติด้วยคอมพิวเตอร์

ปกติแล้วการพิมพ์สามมิติในวงการอุตสาหกรรมจะขึ้นรูปแบบพิมพ์สามมิติที่ต้องการขึ้นมาเอง แต่ปัจจุบันการขึ้นรูปแบบพิมพ์สามมิติที่ต้องการขึ้นมาเองเปลี่ยนไปสู่การทำแบบพิมพ์มาตรฐานและเปิดให้คนทั่วไปสามารถปรับแต่งได้เองพอสมควรรวมถึงราคาของเครื่องมือที่ต่ำลง ทำให้การเข้าถึงแบบพิมพ์สามมิตินั้นง่ายขึ้นมาก

หน้าตาโปรแกรมสร้างแบบจำลองสำหรับพิมพ์สามมิติ SOLIDWORKS แอบถามมาได้ว่าราคาโปรแกรมนี่เลขเจ็ดหน่วยนะครับ ;w;

โดยโปรแกรมที่สามารถใช้กับงานพิมพ์สามมิติมีหลายแบบ ทั้งฟรีและเสียเงิน ซึ่งไอ้ที่เสียเงินนั้นเท่าที่ลองถามดูแล้วแพงมาก ราคาประมาณเลขหกหลัก ตัวอย่างเช่น CAD, SOLIDWORKS, NX

โปรแกรมฟรีสำหรับสร้างแบบจำลองสำหรับการพิมพ์สามมิติ

อันนี้เท่าได้ลองใช้ดูมี Tinkercad เป็นของ Autodesk แต่อยากบอกว่ามันใช้ยากมากสำหรับคนที่เคยชินกะการใช้ sketchup แบบว่าทำพวงกุญแจอันนึงใช้เวลาเป็นชั่วโมง เป็นอะไรที่ต้องฝึกใช่บ่อยๆเหมือนกัน

3d

ส่วนโปรแกรมอีกตัวนึงที่ใช้แปลงไฟล์ให้เป็น STL ที่เอามาลงคือ MakerBot แต่มันลงไม่ได้ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 555

ก่อนจะพิมพ์ จะเลือกวัสดุที่ใช้ยังไง

วัสดุที่สามารถใช้พิมพ์สามมิติได้มีหลายชนิดมาก ขึ้นอยู่กับการใช้งานชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุดคือ…

1. เส้นพลาสติกแบบ ABS

เป็นเส้นพลาสติกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการพิมพ์ชิ้นงาน โดยใช้อุณหภูมิที่หัวฉีดร้อนอยู่ที่ 215 ถึง 250 องศาเซลเซียส แต่มีข้อเสียคือเมื่อหลอมแล้วจะเกิดไอระเหยออกมาที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง โดยเส้นพลาสติก ABS นี้มีส่วนผสมของอะซิโตน ทำให้พื้นผิวของชิ้นงานเรียบเนียน

2. เส้นพลาสติกแบบ PLA

เป็นเส้นพลาสติกที่ทำจากวัตถุดิบชีวภาพ เช่น ข้าวโพดหรือมันฝรั่ง ใช้อุณหภูมิที่หัวฉีดพลาสติกอยู่ที่ 160 ถึง 220 องศาเซลเซียส เมื่อเส้นพลาสติก PLA ละลายจะมีกลิ่นคล้ายๆ ป๊อปคอร์นซึ่งไม่เป็นอันตรายและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นในการพิมพ์ชิ้นงานด้วย PLA ไม่จำเป็นต้องใช้ฐานวางชิ้นงานแบบร้อนแต่จะใช้ก็ได้เพราะฐานของชิ้นงานจะเรียบกว่าไม่ใช้

3. เส้นพลาสติกแบบ PVA

เป็นเส้นพลาสติกที่มีการผสมผสานกันหลายสี ใช้อุณหภูมิที่หัวฉีดพลาสติกอยู่ที่ 190 องศาเซลเซียส วัสดุแบบนี้ละลายน้ำได้ ชิ้นงานที่สร้างด้วยเส้นพลาสติกชนิดนี้ต้องระวังเรื่องความชื้นเพราะอาจส่งผลใช้ชิ้นงานเสียหายหรือสลายไปได้

เครื่องพิมพ์สามมิติที่พิมพ์ชิ้นงานด้วยแก้ว

นอกจากการใช้เส้นพลาสติกดังที่ได้กล่าวมาแล้วยังมีการพัฒนาให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติพิมพ์ชิ้นงานจากวัสดุอื่นได้ด้วยแต่ต้องมีการดัดแปลงในส่วนของส่วนควบคุมการป้อนวัสดุและหัวฉีด โดยต้องเปลี่ยนเป็นกระบอกฉีดที่เชื่อมต่อกับส่วนควบคุมการป้อนวัสดุที่ทำมาเฉพาะเพื่อที่จะฉีดวัสดุพวกซิลิโคน เซรามิก แก้ว หรือแม้แต่ ช็อกโกแลต น้ำตาล แป้ง

Tiny Chain, near 20 DPI

การพิมพ์สามมิติโดยใช้น้ำตาล

จากแบบจำลองสู่ชิ้นงานจริง

– ขอขอบคุณ คุณ PopZaDekBa สำหรับประสบการณ์การทำงานกับเครื่องพิมพ์สามมิติและรูปภาพที่ใช้ในบทความนี้

ไม่ว่าจะเลือกเครื่องพิมพ์สามมิติ วัสดุ และเทคนิคการพิมพ์แบบไหนก็ตาม ขั้นตอนหลักๆก็จะมี 6 ขั้นตอน

1. CAD หรือ สร้างแบบจำลองด้วยโปรแกรม

1445870540415

2. แปลงไฟล์แบบจำลองที่ทำเสร็จแล้วให้เป็นไฟล์ STL จากนั้นเอาไฟล์ STL ไปลงในคอมเครื่องที่ควบคุมเครื่องพิมพ์

14438802965191445870549603

3. เตรียมเครื่องพิมพ์ให้พร้อม ทั้งวัสดุที่ใช้ ถาดรอง วัสดุ support ต่างๆ (เทปกาวสีฟ้ามีไว้เพื่อให้พลาสติกที่ใช้พิมพ์ติดกับฐาน อันนี้แล้วแต่ชนิดของเครื่องพิมพ์สามมิติและวัสดุที่ใช้)

1445870555137

4. นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด กดปุ่มพิมพ์แล้วหนีไปทำงานอย่างอื่นรอได้เลย แต่หาเวลามาเช็คสภาพชิ้นงานมั่ง หลังจากหลายนาที ชั่วโมง หรืออาจจะเป็นวันขึ้นอยู่กับรายละเอียดและขนาดของชิ้นงาน

wpid-1445870558200.jpg1445870769569

พอเสร็จแล้วก็จัดการแกะเอาชิ้นงานออกจากเครื่องพิมพ์ ขั้นตอนนี้ต้องทำแบบเบามือที่สุดไม่งั้นชิ้นงานจะเสียหาย (ชิ้นส่วนสีฟ้าคือ support ส่วนชิ้นงานคือส่วนที่เป็นสีขาว)

1445870776446

5. จัดการเก็บรายละเอียด ปัดผงวัสดุ แกะตัว support ออก

wpid-1443249260026.jpg1445870782898

6. ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะเอาไปใช้งาน หรือลงสีเพื่อความสวยงาม

1445870819760 (1)

 

Cr. iamneutrino

3D CAD for 3D PRINTING

by admin 0 Comments

เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วยเหลือการทำงานในปัจจุบันให้ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงได้มีส่วนในการยกระดับคุณภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานทางด้านวิศวกรรม ถ้ามองย้อนไปในอดีตที่เทคโนโลยีต่างๆ มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะด้านการเขียนแบบ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีของวัสดุ รวมไปถึงเครื่องจักรเพื่อการผลิตและวิธีการผลิตรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้งานตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงผลิตมีความผิดพลาดและล่าช้าอย่างมาก

ยกตัวอย่างงานที่เป็นชิ้นส่วนพลาสติกจะต้องออกแบบให้เสร็จ แล้วไปสร้างแม่พิมพ์เพื่อทดลองฉีด ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับแบบงาน ในการปรับแบบงานก็ต้องปรับแม่พิมพ์ด้วย รวมถึงพารามิเตอร์ในการฉีดลองผิดลองถูกแบบนี้ไปจนกว่าจะได้ เพราะไม่รู้สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการผิดพลาดนั้นๆ ซึ่งทำให้เสียเวลา เสียเงินทอง และที่สำคัญคือเสียโอกาสทางธุรกิจ ยิ่งถ้ามองระดับการแข่งขันในปัจจุบันที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน เราไม่สามารถมาลองผิดลองถูกแบบนั้นได้แล้ว คู่แข่งในตลาดล้วนใช้งาน 3D CAD หมดแล้ว ซึ่งโปรแกรม SolidWorks ก็เป็นทางเลือกที่ตลาดเลือกใช้กันมากที่สุด

ระบบการผลิตในยุคปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทที่ทำให้เห็นภาพชิ้นงานได้ชัดเจนคือ 3D Printing ซึ่งถ้าจะมองง่ายๆ มันก็คือเครื่องปริ้นท์สำหรับคนออกแบบ จะแปลกอะไรในเมื่อพนักงานออฟฟิตสามารถพิมพ์งานออกมาเป็นกระดาษได้ คนออกแบบก็สามารถพิมพ์ส่วนที่เขาออกแบบมา เพื่อดูว่าสิ่งที่เขาออกแบบนั้นเป็นอย่างไรได้เช่นกัน โดยการปริ้นท์ก็มีทั้งในส่วนที่ปริ้นท์แล้วเอาไปใช้ได้เลย กับอีกรูปแบบคือปริ้นท์เพื่อเป็นงานต้นแบบ ดูรูปร่าง ดูขนาด ดูฟังก์ชั่นการทำงาน ก่อนที่จะมีการผลิตจริง ซึ่งแน่นอนว่าไฟล์งานที่จะใช้นั้นจะต้องมีการออกแบบมาจากซอร์ฟแวร์สามมิติหรืออาจจะมาจากไฟล์ที่เกิดจากการสแกนด้วยเครื่องเลเซอร์สแกน ซึ่งโปรแกรม SolidWorks ก็ตอบโจทย์นี้ได้แบบสบายๆ

Article_SolidWorks_15_05_01

Article_SolidWorks_15_05_02

Print 3D

        กระบวนการพิมพ์ก่อนหน้านี้ทางเครื่องพิมพ์ 3 มิติ สามารถรับไฟล์ที่มีนามสกุล *.stl จาก 3D CAD ใดๆ หรืออาจจะมาจากการสแกน โดยจะมีการ Import เข้าสู่โปรแกรมที่มากับเครื่องประเมินจำนวนการใช้วัสดุ จัดวางตำแหน่งที่ต้องการแล้วก็สั่งพิมพ์ได้ ทั้งนี้ด้วยความสามารถของโปรแกรม SolidWorks 2015 และ Windows 8.1 ที่มีไดร์เวอร์ของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ติดตั้งไว้เราสามารถเลือกคำสั่ง 3D Print จากเมนู File และกำหนดคุณสมบัติบางส่วน จากนั้นก็สามารถปริ้นชิ้นงานได้เลย

Article_SolidWorks_15_05_03

Article_SolidWorks_15_05_04


       การผลิตแบบ 3D Printing นี้ ไม่ได้มีเฉพาะในต่างประเทศหรือเป็นเพียงแค่กรณีศึกษาเท่านั้น ลองย้อนมามองในบ้านเราในช่วง 3-4 ปีมานี้ค่อนข้างจะดังพอสมควร โดยเฉพาะการทำงานต้นแบบเพื่อลดต้นทุนการทำชิ้นงานต้นแบบ แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันสามารถนำชิ้นส่วนนั้นๆ ไปใช้งานได้จริงๆ ทั้งนี้ขอยกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นเคสของต่างประเทศ หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังคือเรื่องของเอ็มม่า เธอเกิดมามีปัญหาเกี่ยวกับร่างกายที่เรียกว่า Arthrogryposis Multiplex Congenita (AMC) โดยจะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ข้อต่อมีปัญหาและหลักๆ คือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งนั่นทำให้เธอมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การเล่น วาดภาพ หรือแม้แต่จะกอดกับพ่อแม่

Article_SolidWorks_15_05_05

       ด้วยความช่วยเหลือของ SolidWorks และ 3D Printer ในที่สุดเอ็มม่าก็สามารถใช้แขนของเธอกับหุ่นยนต์ที่ชื่อ Wilmington Robotic Exoskeleton (WREX) โดย Wrex จะช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวโดยใช้แถบยางยืดที่สมดุลและช่วยต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงโลกทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น

       เนื่องจากอุปกรณ์ที่ทำมักจะมาจากโลหะ แต่เดิมหนักเกินไปสำหรับเด็กเล็ก เช่น เอ็มม่าที่จะสวมใส่ ใช้ ด้วยซอร์ฟแวร์ SolidWorks ได้ช่วยให้การออกแบบได้งานที่มีน้ำหนักเบาและจากนั้นก็ส่งไปพิมพ์ 3 มิติ สร้างขนาดต่างที่เป็นชิ้นส่วนพลาสติกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของกรอบการเติบโตของเอ็มม่า

       เอ็มม่าให้ชื่ออุปกรณ์พลาสติก 3 มิติ นี้ว่า “Magic Arms” ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเธอ องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เรียกว่า Magic Arms ก็ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดย Eric Jenson and Tom Kramer. Magic Arms มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการอุปกรณ์ Wrex เพื่อเด็กทุกคนที่ต้องการ เพราะมีเด็กหลายพันคนที่เกิดมาพร้อมกับสภาพเหมือนเอ็มม่าในทุกๆ ปี

Article_SolidWorks_15_05_06

       ตั้งแต่การประชุมครั้งแรกในปี 2015, Magic Arms ได้เปลี่ยนชีวิตของเด็กๆในหลายๆครอบครัว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้อุปกรณ์ชุดนี้เข้าถึงในทุกครอบครัวในราคาไม่แพงและยั่งยืนสำหรับเด็กๆ ที่ต้องการมัน โดยการพัฒนาการจัดจำหน่ายและปรับปรุงอุปกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย แต่การระดมทุนเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการผลิตอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

Article_SolidWorks_15_05_07

BY…Jaray M.

 

3D CAD for 3D PRINTING

by admin 0 Comments

เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วยเหลือการทำงานในปัจจุบันให้ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงได้มีส่วนในการยกระดับคุณภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานทางด้านวิศวกรรม ถ้ามองย้อนไปในอดีตที่เทคโนโลยีต่างๆ มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะด้านการเขียนแบบ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีของวัสดุ รวมไปถึงเครื่องจักรเพื่อการผลิตและวิธีการผลิตรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้งานตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงผลิตมีความผิดพลาดและล่าช้าอย่างมาก

ยกตัวอย่างงานที่เป็นชิ้นส่วนพลาสติกจะต้องออกแบบให้เสร็จ แล้วไปสร้างแม่พิมพ์เพื่อทดลองฉีด ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับแบบงาน ในการปรับแบบงานก็ต้องปรับแม่พิมพ์ด้วย รวมถึงพารามิเตอร์ในการฉีดลองผิดลองถูกแบบนี้ไปจนกว่าจะได้ เพราะไม่รู้สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการผิดพลาดนั้นๆ ซึ่งทำให้เสียเวลา เสียเงินทอง และที่สำคัญคือเสียโอกาสทางธุรกิจ ยิ่งถ้ามองระดับการแข่งขันในปัจจุบันที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน เราไม่สามารถมาลองผิดลองถูกแบบนั้นได้แล้ว คู่แข่งในตลาดล้วนใช้งาน 3D CAD หมดแล้ว ซึ่งโปรแกรม SolidWorks ก็เป็นทางเลือกที่ตลาดเลือกใช้กันมากที่สุด

ระบบการผลิตในยุคปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทที่ทำให้เห็นภาพชิ้นงานได้ชัดเจนคือ 3D Printing ซึ่งถ้าจะมองง่ายๆ มันก็คือเครื่องปริ้นท์สำหรับคนออกแบบ จะแปลกอะไรในเมื่อพนักงานออฟฟิตสามารถพิมพ์งานออกมาเป็นกระดาษได้ คนออกแบบก็สามารถพิมพ์ส่วนที่เขาออกแบบมา เพื่อดูว่าสิ่งที่เขาออกแบบนั้นเป็นอย่างไรได้เช่นกัน โดยการปริ้นท์ก็มีทั้งในส่วนที่ปริ้นท์แล้วเอาไปใช้ได้เลย กับอีกรูปแบบคือปริ้นท์เพื่อเป็นงานต้นแบบ ดูรูปร่าง ดูขนาด ดูฟังก์ชั่นการทำงาน ก่อนที่จะมีการผลิตจริง ซึ่งแน่นอนว่าไฟล์งานที่จะใช้นั้นจะต้องมีการออกแบบมาจากซอร์ฟแวร์สามมิติหรืออาจจะมาจากไฟล์ที่เกิดจากการสแกนด้วยเครื่องเลเซอร์สแกน ซึ่งโปรแกรม SolidWorks ก็ตอบโจทย์นี้ได้แบบสบายๆ

3D CAD FOR 3D PRINTING

3D CAD FOR 3D PRINTING

Print 3D

        กระบวนการพิมพ์ก่อนหน้านี้ทางเครื่องพิมพ์ 3 มิติ สามารถรับไฟล์ที่มีนามสกุล *.stl จาก 3D CAD ใดๆ หรืออาจจะมาจากการสแกน โดยจะมีการ Import เข้าสู่โปรแกรมที่มากับเครื่องประเมินจำนวนการใช้วัสดุ จัดวางตำแหน่งที่ต้องการแล้วก็สั่งพิมพ์ได้ ทั้งนี้ด้วยความสามารถของโปรแกรม SolidWorks 2015 และ Windows 8.1 ที่มีไดร์เวอร์ของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ติดตั้งไว้เราสามารถเลือกคำสั่ง 3D Print จากเมนู File และกำหนดคุณสมบัติบางส่วน จากนั้นก็สามารถปริ้นชิ้นงานได้เลย

3D CAD FOR 3D PRINTING

3D CAD FOR 3D PRINTING

       การผลิตแบบ 3D Printing นี้ ไม่ได้มีเฉพาะในต่างประเทศหรือเป็นเพียงแค่กรณีศึกษาเท่านั้น ลองย้อนมามองในบ้านเราในช่วง 3-4 ปีมานี้ค่อนข้างจะดังพอสมควร โดยเฉพาะการทำงานต้นแบบเพื่อลดต้นทุนการทำชิ้นงานต้นแบบ แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันสามารถนำชิ้นส่วนนั้นๆ ไปใช้งานได้จริงๆ ทั้งนี้ขอยกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นเคสของต่างประเทศ หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังคือเรื่องของเอ็มม่า เธอเกิดมามีปัญหาเกี่ยวกับร่างกายที่เรียกว่า Arthrogryposis Multiplex Congenita (AMC) โดยจะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ข้อต่อมีปัญหาและหลักๆ คือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งนั่นทำให้เธอมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การเล่น วาดภาพ หรือแม้แต่จะกอดกับพ่อแม่

3D Printing

       ด้วยความช่วยเหลือของ SolidWorks และ 3D Printer ในที่สุดเอ็มม่าก็สามารถใช้แขนของเธอกับหุ่นยนต์ที่ชื่อ Wilmington Robotic Exoskeleton (WREX) โดย Wrex จะช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวโดยใช้แถบยางยืดที่สมดุลและช่วยต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงโลกทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น

       เนื่องจากอุปกรณ์ที่ทำมักจะมาจากโลหะ แต่เดิมหนักเกินไปสำหรับเด็กเล็ก เช่น เอ็มม่าที่จะสวมใส่ ใช้ ด้วยซอร์ฟแวร์ SolidWorks ได้ช่วยให้การออกแบบได้งานที่มีน้ำหนักเบาและจากนั้นก็ส่งไปพิมพ์ 3 มิติ สร้างขนาดต่างที่เป็นชิ้นส่วนพลาสติกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของกรอบการเติบโตของเอ็มม่า

       เอ็มม่าให้ชื่ออุปกรณ์พลาสติก 3 มิติ นี้ว่า “Magic Arms” ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเธอ องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เรียกว่า Magic Arms ก็ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดย Eric Jenson and Tom Kramer. Magic Arms มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการอุปกรณ์ Wrex เพื่อเด็กทุกคนที่ต้องการ เพราะมีเด็กหลายพันคนที่เกิดมาพร้อมกับสภาพเหมือนเอ็มม่าในทุกๆ ปี

3D Printing

       ตั้งแต่การประชุมครั้งแรกในปี 2015, Magic Arms ได้เปลี่ยนชีวิตของเด็กๆในหลายๆครอบครัว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้อุปกรณ์ชุดนี้เข้าถึงในทุกครอบครัวในราคาไม่แพงและยั่งยืนสำหรับเด็กๆ ที่ต้องการมัน โดยการพัฒนาการจัดจำหน่ายและปรับปรุงอุปกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย แต่การระดมทุนเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการผลิตอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

3D Printing

BY…Jaray M.