Tag Archives

13 Articles

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

by admin

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ https://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

นวัตกรรมใหม่สำหรับการผลิต Checking Fixture

by admin

Stratasys 3D Printer for Tooling Application

TS Tech Co., Ltd, เป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก โดยมีโรงงานกระจายอยู่ใน 13 ประเทศทั่วโลก มียอดขายประมาณ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งสำหรับผู้ผลิตเบาะรถยนต์ให้กับรถยนต์ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

ทีมวิศวกรของ TS Tech มีการคิดค้น และพัฒนาอยู่ตลอดเวลาที่จะหาเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้ในการตรวจวัดชิ้นงานหลังการผลิต หนึ่งในนั้น คือ คุณ Stephen Mollett วิศวกรด้านงาน Tooling Design งานในความรับผิดชอบของเขา คือ การสร้าง Jig and Fixture สำหรับใช้ในการตรวจวัด Seat Frame ซึ่งให้ความสนใจเป็นพิเศษในการพัฒนากระบวนการผลิต Tooling จากวัสดุอลูมิเนียม CNC เพื่อใช้ทำ Check and Fixture สำหรับตรวจสอบ Back Seat Hinge ด้วยความที่เขาเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) รวมถึงมีประสบการณ์ในการประยุกต์การใช้งานมาก่อน เขาจึงเข้าใจและมองเห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนางานในส่วนนี้

บริษัท TS Tech ได้มีการนำเครื่อง 3D Printer ที่ใช้เทคโนโลยี FDM ของ Stratasys มาติดตั้ง เพื่อใช้สำหรับผลิตชิ้นงานต้นแบบที่เป็น Prototype ให้ลูกค้า แล้วจึงมองหาความเป็นไปได้ในการเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์จากเครื่องตัวนี้ในสายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นก็คือ แผนก Tooling Design นั่นเอง

ด้วยความร่วมมือภายในของ TS Tech ที่แผนกผลิต Stamping Process ได้มีการนำ Check and fixture ไปทดลองใช้ในไลน์ผลิต โดยใช้ในส่วนของการตรวจวัด Seat Frame และอุปกรณ์ชิ้นส่วนอื่นๆ ในการผลิตเบาะรถยนต์ การใช้งาน Check and Fixture นี้ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบชิ้นส่วนที่ผลิตออกมา ทั้งการตรวจดูด้วยสายตา, ด้านความสวยงามของงาน, ลักษณะกลไกการทำงาน, คุณภาพงาน, ตำแหน่งรูและความลึก รวมถึง ความหนาของชิ้นส่วน ด้วยการทำงานของ Check and Fixture ที่จะต้องทำการตรวจวัดคุณภาพของงานทั้งหมดที่ผ่านการขึ้นรูปมานั้น โดยเฉลี่ยอายุของเครื่องมือตัวหนึ่งอาจจะอยู่ราวๆ 42,00 ชิ้น ตลอดอายุการใช้งาน

แบบเดิมที่ผลิตด้วยอลูมิเนียม CNC                                 แบบใหม่ที่ผลิตด้วย 3D Printer ด้วยวัสดุพลาสติก ABS

การสร้าง Check and Fixture และ Tooling ที่มีน้ำหนักเบาขึ้น

โดยปกติ Check and Fixture ทั่วไปจะมีน้ำหนักมาก เพราะผลิตมาจากอลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นๆ ที่ผ่านการ CNC ออกมา และเก็บรักษาอยู่ในสโตร์ของโรงงานเอง โดยพนักงานจะต้องไปขนและยกมันออกมาใช้ โดยอาจวางลงบนรถเข็นขนาดเล็กเพื่อเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ทำงาน เช่น ในหน้าเครื่อง Press เพื่อทำการตรวจเช็คชิ้นงานที่ผลิต

หลังการนำเครื่อง 3D Printer มาใช้ในการสร้าง Check and Fixture พบว่าชิ้นงานที่ได้ สามารถทดแทนวัตถุดิบเดิม เช่น อลูมิเนียมก้อนที่ต้องทำการ CNC เป็นรูปทรงตามแบบ หลังที่จากติดตั้งชุด Clamp เพื่อยึดในการประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ในการตรวจวัดต่างๆ เช่น Check Pin ในการวัดขนาดรู ซึ่งพบว่าน้ำหนักลดลงไปเหลือประมาณ 2 กิโลกรัม จากก่อนหน้านี้ถ้าใช้อลูมิเนียมจะมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม นี่คือ ประโยชนในด้านการลดน้ำหนักของ Check and Fixture

ก่อนหน้านี้เราได้เคยลองใช้โพลียูรีเทนก้อน (Polyurethane) มาทำการ Machine ด้วยเครื่อง CNC เพื่อสร้างเป็น Jig แบบง่ายๆ ที่เรียกว่า Rapid Tooling สำหรับใช้ตรวจเช็คขนาดของชิ้นงาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังรอ Check and Fixture ตัวจริงที่กำลังผลิตอยู่ แต่พอเรามี 3D Printer เราก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และใช้มันจริงๆ ได้เลย ซึ่งจะพบว่า คุณสามารถลดเวลาในการทำงาน และลดต้นทุนลงไปได้อย่างมากเลยทีเดียว

แสดงเฉพาะชิ้นส่วนที่ผลิตด้วย 3D Printer เท่านั้น                แบบสำเร็จที่มีผสมกันระหว่าง 3D Printer ชิ้นส่วที่เป็นโลหะเข้าด้วยกัน

 

จากกรณีของ TS Tech เราจะพบว่า ในการสร้าง Jig and Fixture สำหรับใช้ในกระบวนการผลิตนั้น 3D Printer สามารถช่วยลดต้นทุนได้ถึง 69% เมื่อเทียบกับการสร้าง Tooling แบบเดิม โดยใช้การ CNC Machine ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ สำหรับเข้ามาช่วยในการผลิตที่ทั้งรวดเร็ว ง่ายดาย แถมยังช่วยประหยัดต้นทุนลงได้อีกด้วย ที่สำคัญ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ไปจนผลิตออกมาเป็นชิ้นงาน Tooling สามารถทำได้ด้วยคนเพียงคนเดียว

หากสนใจในเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ เพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้าน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด ตัวแทนจำหน่าย Stratasys 3D Printer โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/

ที่มา: TS-Tech Case Study https://c0ad508c5f655ba06fb4be46-glnve5f1lhlho.netdna-ssl.com/wp-content/uploads/2017/03/TS-Tech_Case-Study.pdf

ที่มา: http://www.applicadthai.com

บทความ: สุชนม์ โพธิ์พริก

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

by admin

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

ที่มา: http://www.applicadthai.com

เปิดตัวครั้งแรกของโลกกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบ Full Color จาก Stratasys

by admin

เมื่อต้นเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่สำหรับวงการเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) ซึ่งต้องเรียกว่าสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการไม่ใช่น้อย สำหรับการเปิดตัวเครื่องพิมพ์รุ่นล่าสุดที่พกเอาความสามารถมาแบบล้นเหลือ นั่นคือ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น J750 จากบริษัทสตราเทซีส (Stratasys) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติจากสหรัฐอเมริกา โดยมี บริษัท แอพพลิแคด จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยทั้งนี้  รุ่น J750 จะทำให้ท่านไม่ต้องมายุ่งยากในการทำสีชิ้นงานเพื่อความสมจริง ก่อนนำไปใช้งานอีกต่อไป ทั้งการนำเสนองาน และการผลิตที่เรียกได้ว่าออกแบบโมเดล 3 มิติไว้อย่างไร ก็สร้างออกมาเป็นของจริงที่จับต้องได้กันแบบนั้นเลย

3D Printer Full Color_01

โดยต้องขอกล่าวถึงความสามารถเดิมที่มีมาก่อนหน้านี้ ในเรื่องการสร้างชิ้นงานแบบหลายวัสดุในการพิมพ์ครั้งเดียว(Multi-Material) ของเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยี PolyJet ที่ใช้หลักการพ่นวัสดุเรซิ่นเหลวออกมาเป็นชิ้นงาน และพัฒนาต่อยอดมาเป็นการพิมพ์แบบหลายวัสดุและหลายสี (Multi-Color Multi-Material) ในครั้งเดียวเช่นกัน ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ใช้วัสดุได้แค่ 3 สีหรือ 3 ชนิดวัสดุเท่านั้น และสีที่ได้ยังไม่สามารถทำได้แบบสมจริงมากนัก แต่ด้วยการพัฒนาล่าสุดของบริษัทสตราเทซีสทำให้เราสามารถสร้างชิ้นงานได้ เสมือนจริงมากขึ้นไปอีกขั้นกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น J750 ที่รองรับวัสดุได้สูงสุดถึง 6 ชนิด พร้อมซอฟต์แวร์ PolyJet Studio™ เวอร์ชั่นใหม่ สำหรับทำหน้าที่สั่งงานให้กับตัวเครื่อง ช่วยให้สามารถสร้างสีสันได้สวยสดใสแบบไล่ระดับสีได้ถึง 360,000 เฉดสี พร้อมความสด และจัดจ้านของเนื้อสีแบบ  Vivid Color ที่ไม่ต้องพึ่งพากระบวนการตกแต่งเก็บงานแบบเดิมที่ต้องขัดต้องพ่นสีกันอีก ต่อไป

3D Printer Full Color_02นอก จากความสามารถด้านสีแล้ว  J750 รุ่นนี้ยังคงความสามารถด้านอื่นๆ อีกเพียบ ทั้งการสร้างแม่พิมพ์สำหรับใช้ฉีดพลาสติก(Injection Mold) การสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานผลิต(Production Tools) การสร้างชิ้นงานสำหรับช่วยเป็นสื่อการสอน รวมถึงงานที่ต้องการสร้างให้ออกมาเป็นของจริงที่จับต้องได้จากไฟล์งาน 3 มิติที่เราออกแบบกันอยู่ ที่โดยทั่วไปเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่มีในท้องตลาดไม่สามารถทำสีสรรแบบนี้ได้ หรือที่มีอยู่ก็ไม่สามารถให้คุณภาพสีได้เทียบเท่า

3D Printer Full Color_03ดู เหมือนโลกของเครื่องพิมพ์ 3 มิติจะหมุนไปไวเกินกว่าที่เราจะคาดคิด จากยุคแรกๆ ที่เป็นแค่การสร้างงานต้นแบบที่ใช้กันในวงแคบๆ อย่างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือเป็นของไฮเทค ล้ำๆ แต่ทุกวันนี้มันเริ่มเข้ามาใกล้ตัว เข้าสู่ชีวิตประจำวันเรามากขึ้น แน่นอนครับมันเป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปอยู่แล้วสำหรับเทคโนโลยี เพียงแต่เราจะรู้จักเรียนรู้ และพร้อมสำหรับการนำมันมาใช้งานให้เกิดประโยชน์กับเราได้อย่างไรต่างหาก และเพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ได้ทำได้แค่ชิ้นงานต้นแบบเหมือนแต่ก่อนที่เราเข้าใจกัน ซึ่งความเป็นจริงเครื่องในระดับอุตสาหกรรมสามารถช่วยเราทำงานได้มากกว่านั้น แค่เพียงต่อยอดมันเข้ากับงานออกแบบของท่าน …..ทีนี้คุณอยากได้อะไรละครับ?

บทความโดย สุชนม์ โพธิ์พริก

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

by admin

เป็นที่ยอมรับกันว่ารูปแบบการตลาดในโลกปัจจุบัน รวมทั้งของประเทศไทยเราเองนั้นได้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนมาก ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือระยะเวลาการออกสู่ท้องตลาดในแต่ละรุ่นก็สั้นลงจากแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนกว่าจะเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนโมเดลกันทีก็ใช้เวลาเป็นปี แต่เดี๋ยวนี้เรียกว่าเปลี่ยนรุ่นแบบรายเดือนหรือรายปีกันเลยทีเดียว

เมื่อเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัฒน์แล้ว ก็ย้อนกลับมาดูองค์กรของเรา บริษัทของเราว่าจะปรับตัวให้หมุนทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างไรในการที่จะเข้ามาช่วยเสริมจุดแข็ง ลดและกำจัดจุดอ่อน เพื่อให้เราตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมายกับโลกธุรกิจในปัจจุบันนี้ ก็คงหนีไม่พ้นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ เข้ามาช่วย ด้วยจุดเด่นในหลายๆ ด้านของเครื่อง Fortus จากบริษัท Stratasys ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความสามารถหลักๆ ในการสร้างวัตถุ 3 มิติ โดยปราศจากแม่พิมพ์ ซึ่งทำให้เราได้ชิ้นงานที่จับต้องได้ นำไปใช้งานจริงได้ (ในบางกรณี) ตลอดจนนำไปใช้ในการสร้าง Tools เพื่อช่วยในกระบวนการผลิต ก็สามารถที่จะทำให้เราเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพของการทำงาน ลดของเสียที่เกิดจากการลองผิดลองถูก ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเมื่อกล่าวถึงการทำงาน เริ่มตั้งแต่การวาง Concept การสร้างต้นแบบ เพื่อศึกษาการทำงาน ลดความผิดพลาดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการทำงานของการ Design เพื่อให้ได้โมเดลต้นแบบที่มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการผลิตเพื่อออกมาเป็นสินค้าที่มีมูลค่าออกขายสู่ท้องตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันกับสินค้าคู่แข่งได้ต่อไป

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

ภาพอธิบายความสูญเสียด้านค่าใช้จ่าย ที่หากเราสามารถควบคุมความผิดพลาดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการวาง Concept Design
ได้ค่าใช้จ่ายที่เสียไปอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าปล่อยให้เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการผลิตแล้วนั้น ความสูญเสียจะมากกว่าหลายเท่า

ในส่วนนี้จะขอนำตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus เพื่อเป็นไอเดียในการนำไปใช้งานต่อไป

Polaris (Concept Modeling)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ประเภท ATV และ Snowmobile จากสหรัฐอเมริกาได้นำเอาเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ เข้ามาช่วยในการออกแบบและวาง Concept ของรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ได้รูปแบบที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งทาง Polaris สามารถที่จะสร้างชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อนำมาประกอบได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากผ่านขั้นตอนการออกแบบด้วย Software 3D CAD

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ


BMW (Manufacturing Tools)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       บริษัทผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ดังของโลกจากประเทศเยอรมัน ได้มองเห็นถึงจุดเด่นของการสร้าง Tooling แบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus ที่สามารถจะสร้างเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการประกอบชิ้นส่วนของรถในจุดต่างๆ เช่น Jig สำหรับติด Emblem Logo ของรถรุ่น M3 ซึ่งมีข้อดีกว่าการใช้ Jig แบบเดิมที่ผลิตด้วยอะลูมิเนียมที่ต้องผ่านการ Machine และแยกประกอบแบบเดิม อีกทั้งน้ำหนักที่มากก็สร้างความเมื่อยล้าแก่ผู้ทำการประกอบ และยังอาจจะสร้างรอยตำหนิให้ตัวรถในระหว่างการใช้งาน เพราะเป็นวัสดุโลหะ แต่หลังจากได้ทำการปฏิวัติการสร้างและการออกแบบขึ้นใหม่ด้วยเครื่อง Fortus ทำให้เราได้ Tooling แบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบา (พลาสติก ABS) มีรูปทรงที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ


RLM Industries (Investment Casting)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบของเครื่องยิงจรวดจากสหรัฐอเมริกา สามารถแก้ไขปัญหาการผลิตที่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลา ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus ในการสร้างชิ้นส่วน Pattern สำหรับงานหล่อด้วยกรรมวิธี Investment Casting ที่สามารถตัดขั้นตอนของการสร้างแม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับการฉีด Wax pattern ก่อนนำไปเคลือบเปลือกเซรามิก ตาม Process การหล่อโลหะต่อไป ซึ่งด้วยความสามารถของเครื่อง Fortus สามารถที่จะสร้างชิ้นงานสำหรับใช้เป็นแบบ Pattern สำหรับงานหล่อโลหะได้เลย เพราะมีจุดเด่นตรงที่นอกจากเป็นวัสดุพลาสติก ABS แล้วยังสามารถเลือกรูปแบบการฉีดเนื้อภายในชิ้นงานให้มีลักษณะเหมือนรังผึ้ง (Sparse fill interior) ที่เมื่อโดนความร้อนในขั้นตอนการ Burn out pattern ก็สามารถที่จะเผาออกได้ก่อนเทน้ำโลหะเพื่อทำการหล่อต่อไป

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ

       จากที่ได้ยกตัวอย่างมาในเบื้องต้นนั้น ก็เพื่อสื่อให้เห็นถึงรูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิต 3 มิติ ด้วยเครื่อง Fortus เพื่อนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าเทคโนโลยีการสร้างชิ้นงานต้นแบบ 3 มิติแบบทั่วๆ ไปที่มีข้อจำกัดที่เนื้อวัสดุ ทั้งแป้ง เรซิ่น ผงโพลีเมอร์ และอื่นๆ ตลอดจนเรื่องของขนาดความเที่ยงตรงของชิ้นงานที่ผลิตออกมานั้น มีความถูกต้องใกล้เคียงแบบที่ออกแบบมามากน้อยเพียงใด เพราะด้วยองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพของชิ้นงานที่ได้ออกมา

       ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนให้เห็นว่าเทคโนโลยี 3D Printer สามารถเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตและการทำงานของเราได้จริงๆ ผ่านการยอมรับจากการใช้งานจริงโดยบริษัทชั้นนำ ทีนี้ก็คงต้องฝากไว้เป็นไอเดียเพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำไปทดลองใช้งานดูละครับ

สุชนม์ โพธิ์พริก แผนก RP+3D Scan